พร้อมกับเสียงคำรามของฉินเหยียน อสูรเกราะตนหนึ่งที่ถือขวานหนักกว่าสามร้อยปอนด์ในมือยืนตกตะลึงกับพลังมังกรของฉินเหยียน ทว่าใบหน้าของมันกลับเต็มไปด้วยความยโส รอยยิ้มดูถูกผุดขึ้นเมื่อเห็นว่าฉินเหยียนไม่สามารถต้านทานการโจมตีได้อีกต่อไป อสูรเกราะตนนี้มีตรายศแม่ทัพระดับสูงติดอยู่บนอก ทว่าก็ยังต่ำกว่าผู้บัญชาการกองทัพ มันอาจมีตำแหน่งเทียบเท่าผู้บัญชาการกองหมื่น ซึ่งเขาควรจัดการกับแม่ทัพอสูรเกราะเสียก่อน มิเช่นนั้นประตูเมืองจะตกอยู่ในอันตรายได้
“ชิ้ง!”
หลินมู่อวี่ชักกระบี่วิญญาณมังกรออกจากฝัก ขณะปราณยุทธ์รอบกายควบแน่นจนกลายเป็นปราณเพลิงวายุแห่งขอบเขตปราชญ์
เว่ยโฉวกล่าวออกด้วยความตกตะลึง “ผู้บัญชาการหลิน…ท่านเป็นผู้บัญชาการของทัพทั้งสามแห่งเมืองปู้กู่ ท่านไม่จำเป็นต้องออกไปสู้แต่อย่างใด อย่าไปเลยขอรับ…”
“ไม่เป็นไร”
หลินมู่อวี่ยิ้มอย่างมั่นใจก่อนกล่าวคำออก “ข้าต่อสู้กับเหล่าอสูรเกราะตั้งแต่อยู่ขอบเขตนภาจนป่านนี้ทะลวงสู่ขอบเขตปราชญ์แล้ว พวกมันทำอะไรข้าไม่ได้หรอก อย่าเป็นกังวลไปเลย ข้าเพียงแค่จะไปช่วยฉินเหยียนเท่านั้น เจ้าปกป้องเมืองไว้ให้ดี อย่าหยุดยิงกล่องลูกศรเป็นอันขาด”
“ขอรับ…”
เว่ยโฉวมองด้วยความเ