าวโทษตนเองเช่นนั้นเลย!”
ฉินอินกล่าวออกอย่างปลื้มปีติ “ช่างเป็นโชคดีของจักรวรรดินักที่ท่านได้กลับมายังเมืองหลันเยี่ยน!”
หลินมู่อวี่ยิ้มพร้อมเอ่ย “เสี่ยวอิน ข้ายังมีข่าวดีอีกเรื่อง ผู้อาวุโสชวีฉู่ทะลวงสู่ขอบเขตปราชญ์ขั้นที่สามแล้ว และหากลั่วหลานบุกโจมตีเมืองหลันเยี่ยนอีกครั้ง ทั้งข้าและพี่เฟิงก็จะร่วมสู้ให้ถึงที่สุด!”
“ดีมาก!”
ชวีฉู่สูดหายใจลึก เขายืนขึ้นพร้อมกล่าว “ข้าแต่ฝ่าพระบาท กระหม่อมผู้มิได้เก่งกาจมากนัก อยากกลับมาสอนวิชาแก่พระองค์อีกครั้ง ครานี้กระหม่อมมีวิทยายุทธ์ใหม่ที่อยากให้พระองค์ได้ฝึกฝนพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินอินยิ้มด้วยความตื่นเต้น “เป็นเช่นนั้น…ดียิ่งนัก!”
หลินมู่อวี่กล่าว “เสี่ยวอิน ส่งคนไปแจ้งข่าวที่จวนของท่านหลานกง ท่านหยุนกงและขุนนางคนอื่นๆ ว่าผู้อาวุโสชวีฉู่กลับมาแล้ว และให้เดินทางมายังตำหนักเจ๋อเทียนในวันพรุ่งนี้ เราควรหารือกันว่าจะให้ท่านชวีฉู่ดำรงตำแหน่งใด”
“อืม”
ฉินอินกะพริบตาพร้อมกล่าว “พันกว่าปีก่อน จักรวรรดิของเราเคยมีตำแหน่ง ‘ต้าซือเยว่’ ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมทัพเหล่าทหารและม้า ข้าวางแผนจะแต่งตั้งท่านชวีฉู่ให้ดำรงตำแหน่งต้าซือเยว่ พี่อาอวี่ว่าดีหรือไม่?”
“ข้าว่าดี หากแต่จ