้ยินชื่อ” หลินมู่อวี่รู้ว่าควรวางตัวอย่างไร เขายิ้มก่อนเอ่ยต่อ “ท่านเต๋อเหวิน เหตุใดจึงต้องชำแหละซากงูเช่นนี้หรือ?”
“อืม สิ่งนี้ไม่ได้เรียกว่างู มันคือหนอนโกลาหล เหตุใดจึงต้องถามเช่นนี้ เจ้าเป็นใครกันแน่?” เต๋อเหวินถามอย่างไม่พอใจ
“อย่างที่ข้ากล่าว ข้าเดินทางข้ามพิภพมาจากแผ่นดินอื่น ว่าแต่…นี่คือสิ่งที่ท่านตามหาใช่หรือไม่?” หลินมู่อี่หยิบศิลาวิญญาณหนอนโกลาหลซึ่งเป็นศิลาวิญญาณอัคนีที่มีอายุราวห้าพันปีออกมาจากถุงสรรพสิ่ง เขายิ้มพร้อมกับนับมันบนมือและกล่าวออก “ท่านเต๋อเหวิน ข้าเพิ่งมาที่นี่และฆ่าหนอนโกลาหลไปโดยมิได้ตั้งใจ หากท่านต้องการศิลาวิญญาณนี้ ก็เพียงแค่ตกลงเป็นมิตรกับข้า คงต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าข้าจะกลับไปดินแดนที่จากมาได้ ระหว่างนี้ท่านก็ดูแลข้าไปก่อน ตกลงหรือไม่?”
เต๋อเหวินจ้องมองไปยังศิลาวิญญาณอัคนีพร้อมเผยยิ้ม “พ่อหนุ่มเจ้ารู้หรือไม่ว่าศิลาวิญญาณนี้มีค่าเพียงใด?”
“ข้าไม่รู้หรอก…”
“ฮ่าๆ สิ่งนี้สามารถเลี้ยงคนนับสิบได้เป็นร้อยๆ ปีเชียวนะ!”
“ไม่เป็นไร ท่านรับไว้เถิด!”
หลินมู่อวี่โยนศิลาวิญญาณให้อีกฝ่ายทันทีที่เอ่ยจบ
เต๋อเหวินคว้ามันไว้พร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขก่อนกล่าวออก “พ่อหนุ่มหลินมู่อวี่ช่างใจกว้างนัก! ข้านับถือใจเจ้า…”
“ข้าเพียงทำตามข้อตกลงของเรา หากใช่ความเอื้อเฟื้อใดไม่”
หลินมู่อวี่กระโดดลงจากก้อนหินพร้อมมังกรน้อยที่ตามมาติดๆ เขากล่าวต่อ “ไม่กี่วันนี้ข้าคงต้อง