ช่นนี้ เผ่าปีศาจเองก็กินศพทหารแห่งจักรวรรดิหนึ่งแสนนายของเราในเมืองตงฉวง สงครามมักโหดเหี้ยมเสมอ และไร้ความปรานี”
“ข้ารู้ แต่ข้า…” ฉินอินยังไม่สามารถทำใจยอมรับการฝึกยุทธ์เช่นนี้
หลินมู่อวี่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เขาลุกขึ้นโอบไหล่นางพร้อมกล่าวว่า “ไม่เป็นไร หากเสี่ยวอินไม่ต้องการกลั่นประคำวิญญาณอสูรละก็…ข้าจะทำเองคนเดียว”
“อืม”
ฉินอินพยักหน้า “อาอวี่ พรุ่งนี้จะต้องเผชิญหน้ากับเฉียนเฟิง เจ้ามั่นใจหรือไม่?”
“ไม่เลย”
หลินมู่อวี่ส่ายหัว “เสี่ยวอินจำเหล่ยฉงผู้บัญชาการกองทัพที่สองแห่งเผ่าปีศาจได้หรือไม่?”
“ข้าจำได้”
“องค์ชายสามของเผ่าปีศาจกล่าวว่า เฉียนเฟิงไม่อ่อนแอไปกว่าเหล่ยฉงเลย ข้าเคยเผชิญหน้ากับเหล่ยฉงในเมืองตงฉวงและไม่มีโอกาสชนะ ดังนั้นข้าคงต้องยอมรับว่า หากต้องเผชิญหน้ากับเหล่ยหงเพียงลำพัง อาจไม่มีโอกาสชนะหนึ่งในห้าด้วยซ้ำ แต่พรุ่งนี้ข้าไปพร้อมพี่เฟิงและเซี่ยงอวี้…ข้าไม่มั่นใจว่าพวกเราจะร่วมมือกันได้ดีหรือไม่”
“ข้าไม่คิดว่าเซี่ยงอวี้จะยอมร่วมมือกับเจ้า”
ฉินอินมองเขาพร้อมน้ำตาคลอ “อย่างไรก็ตาม พรุ่งนี้เจ้าต้องระวังตัว ไม่เป็นไรหากถังลู่และถังเทียนตาย แต่เจ้าต้องรอดกลับมา”
“จักรพรรดินีไม่ควรเอ่ยเช่นนี้”
“ข้าคุยกับเจ้าในนามเสี่ยวอิน…” ฉินอินมองเขาด้วยดวงตาคู่งาม “ข้าไม่ต้องการให้เจ้าบาดเจ็บ โปรดกลับมาอย่างปลอดภัย”
“อย่ากังวลเลย”
หลินมู่อวี่พยักหน้า “นี่ก็ดึกแล้ว ข้าจะไปส่งเจ้าเพื่อพักผ่อ