น”
“อืม”
จากนั้นหลินมู่อวี่ไปส่งฉินอินยังกระโจมของจักรพรรดินี ความรักของทั้งสองดูเหมือนจะไม่มากจนเกินไป มีเพียงอารมณ์อ่อนไหวเท่านั้น ไม่ใช่ว่าเขาไม่ต้องการฉินอิน แต่ในช่วงเวลานี้…เขาไม่ต้องการสิ่งใดมาทำให้ไขว้เขว การต่อสู้ที่เดิมพันกับความเป็นความตายกำลังรอเขาอยู่
…
วันรุ่งขึ้นเวลาเที่ยงวัน
ฉินอินสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มและเดินทางมายังริมฝั่งภายใต้การอารักขาจากเหล่าองครักษ์ เสื้อคลุมปักดิ้นทองปลิวไสวราวกับผีเสื้อเริงระบำ
ถังหลานด้านข้างฉินอินกล่าวว่า “ฝ่าบาท ทั้งหมดเป็นความผิดของกระหม่อม…”
ฉินอินเม้มริมฝีปาก “อย่าโทษตัวเองอีกเลย มิเช่นนั้นข้าเองก็ไม่รู้ว่าควรกล่าวเช่นไร…ตอนนี้เราทำได้เพียงสวดอธิษฐานให้แก่ผู้บัญชาการทั้งสาม”
“พ่ะย่ะค่ะ”
เว่ยโฉวมีสีหน้าสงบนิ่งขณะที่ถือธนูยาวในมือ เขานำกลุ่มทหารมังกรผงาดเข้าไปยังใต้ท้องเรืออย่างเงียบงันและเงยหน้ามองหลินมู่อวี่ “ท่านผู้นำอย่าลืมให้สัญญาณแก่ข้านะขอรับ”
“จะไม่มีสัญญาณ” หลินมู่อวี่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้น ข้าเกรงว่าเรือลำนี้คงล่มทันที เจ้าและทุกคนควรระมัดระวังตัวเสมอ และเปลี่ยนไปใช้ศรเศวตรมณีทันทีที่ตกน้ำ พวกเจ้าต้องยิงธนูเพื่อเป็นกำลังเสริมให้ข้า”
“ข้าน้อยเข้าใจแล้วขอรับ”
หลินมู่อวี่ เฟิงจี้สิง และเซี่ยงอวี้ยืนเคียงข้างกันบนดาดฟ้าเรือ หลินมู่อวี่และเฟิงจี้สิงสวมเสื้อคลุมองครักษ์ชุดขาว ขณะที่เซี่ยงอวี้สวมเสื้อคลุมผู้บัญช