ทั้งได้ยินเสียงถังเสี่ยวซีร้องไห้ด้วยความสิ้นหวัง เสียงกระทบกันของดาบสะบั้นวาโยและทวนนองเลือด เสียงหัวเราะของเซี่ยงอวี้ และเสียงคำรามก้องของเฟิงจี้สิง เมื่อหลินมู่อวี่ตื่นมาก็พบว่าเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว
“ท่านผู้นำ อาหารค่ำพร้อมแล้วขอรับ จะให้ข้ายกเข้าไปหรือไม่?” เว่ยโฉวเอ่ยถามจากนอกกระโจม
“อืม เอาเข้ามาเลย ขอบคุณมากเว่ยโฉว”
“ท่านไม่จำเป็นต้องสุภาพเลยขอรับ”
“มีการเคลื่อนไหวจากเผ่าปีศาจหรือไม่?”
“ไม่มีการเคลื่อนไหวแม้แต่น้อย”
“เสริมกำลังทหารรักษาการณ์เพิ่มซะ”
“ขอรับ”
…
ขณะเดียวกันเฉียนเฟิงเดินขมวดคิ้วแน่นอยู่ด้านนอกกระโจมหลักของเผ่าปีศาจ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า และกล่าวกับทหารรักษาพระองค์ด้านข้าง “ฝ่าบาทบรรทมอยู่หรือไม่?”
“ขอรับ” ทหารนายนั้นประสานหมัดและกล่าว “จอมพลเฉียนเฟิงเหตุใดจึงไม่กลับไปพักผ่อนก่อน ฝ่าบาทคงไม่ทรงตื่นบรรทมอีกสักระยะ”
“พักผ่อนหรือ…ข้าจะพักผ่อนได้อย่างไร?”
เฉียนเฟิงกล่าวด้วยความโกรธ “ศึกครานี้เต็มไปด้วยความผิดหวัง นักรบอสูรเกราะเกือบสามหมื่นตนได้รับความเสียหาย นี่เป็นความล้มเหลวที่เผ่าเทพของเราไม่เคยมีมาก่อน เจ้าจะให้ข้าพักผ่อนอย่างนั้นรึ?”
ทหารรักษาการณ์กล่าวเสียงเบา “ท่านจอมพล ข้ารู้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติ…โปรดอภัยให้ข้าด้วย”
เฉียนเฟิงไม่สนใจนักและกล่าวว่า “เจ้าเข้าไปด้านในและทูลบอกว่า เฉียนเฟิงมีเรื่องด่วนและต้องการเข้าเฝ้าฝ่าบาท”
“เรื่องนั้น…” ทหารรักษาการณ์