งพื้นฐานการเอาตัวรอดของฉินจื่อหลิงก็ค่อนข้างต่ำและไม่ได้ดีไปกว่าทหารนายอื่น เขาหวังว่าแม่ทัพจะไม่ขัดอะไร
หลังจากตกลงเข้าร่วมกองทัพทหารที่สี่ หลินมู่อวี่แต่งตั้งฉินจื่อหลิงเป็นนายร้อย เมื่อได้ทำความรู้จักกับฉินเหยียน เว่ยโฉว เฝิงสี่และคนอื่นๆ พวกเขาก็สนิทกันอย่างรวดเร็ว
…
ห้าวันต่อมา กองทัพเดินทางถึงแนวป้องกันท่าเรือเฟิงหลิน
เดิมทีเฟิงหลินเป็นท่าเรือธรรมดา แต่ในตอนนี้กลายเป็นที่ตั้งของค่ายทหารเสียแล้ว การก่อสร้างเริ่มเมืองขึ้นก่อนกองทัพที่สี่จะมาถึง ตัวเมืองตั้งอยู่ห่างแม่น้ำต้าวเจียงไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตรและจะมีกำแพงสูงราวยี่สิบเมตร ในตอนนี้กำแพงเมืองถูกสร้างไปสิบกว่าเมตรแล้วหากแต่ยังสูงไม่พอ
ในตอนนั้นเอง เรือรบยี่สิบลำของกองทัพเรือจักรพรรดิเทียบท่าชายฝั่งอย่างเป็นระเบียบ เมื่อหลินมู่อวี่พาเว่ยโฉว ฉินเหยียนและผู้นำคนอื่นๆไปที่ท่าเรือ เหล่าลูกเรือต่างรีบพากันลงจากเรือรบทันที ชายมีเคราผู้มียศผู้บัญชาการกองหมื่นคารวะพลางกล่าวออก “ข้าแม่ทัพซือตู่ลี่ ผู้บัญชาการไป๋หลี่ฉางรอพบท่านอยู่ขอรับ!”
หลินมู่อวี่เผยยิ้มพลางก้าวไปหาซือตู่ลี่พร้อมกล่าว “ท่านแม่ทัพสุภาพเกินไปแล้ว หลายวันมานี้อีกฝั่งมีการเปลี่ยนแปลงบ้างหรือไม่?”
“มีขอรับ!”
ซือตู่ลี่กล่าวเสียงเครียด “กองทัพปีศาจตั้งค่ายอยู่ฝั่งตรงข้าม จากการสังเกตการณ์พวกมันมีอย่างน้อยหนึ่งหมื่นตัว ส่วนใหญ่เป็นพวกแมลงสาบขอรับ”
“ปีศาจ?”
“ขอรับ!”
“เข้าใจล่ะ