ืองตงฉวงและสังหารอสูรเกราะนับร้อย ซึ่งไม่มีผู้ใดเทียบฝีมือได้ พระองค์ไม่ควรสำเร็จโทษวีรบุรุษพ่ะย่ะค่ะ! จริงสิ…ก่อนศึกครั้งสุดท้าย ท่านเซินเว่ยโหวมอบบางสิ่งให้พี่ใหญ่เพื่อนำมาถวายแด่ฝ่าบาท”
ฉินอินเอ่ยถาม “พี่อาอวี่ มันคือสิ่งใดหรือ?”
หลินมู่อวี่เอื้อมหยิบผ้าของหมินยวี่หลินในถุงสรรพสิ่งและมอบให้ นางคลี่ผ้าออกและเห็นข้อความที่ถูกเขียนไว้ด้วยเลือด ‘ชีวิตเพื่อฝ่าบาท’
ทันใดนั้นน้ำตาไหลรินจากดวงตาคู่งาม “ท่านเซินเว่ยโหว…น่าเสียดายที่ต้องจากไปในเมืองตงฉวง…”
ถังหลานคุกเข่าและประสานหมัด “กระหม่อมทูลขอให้พระองค์ลงโทษหลินมู่อวี่พ่ะย่ะค่ะ!”
หลินมู่อวี่คุกเข่าลงเช่นกันและกระซิบ “ข้าขอร้องเสี่ยวอิน…โปรดส่งกองกำลังเสริมไปยังแม่น้ำต้าวเจิงสายย่อยเพื่อต่อต้านเผ่าปีศาจด้วย”
…
ท่ามกลางฝูงชน จู่ๆ ชายผู้หนึ่งก็ระเบิดหัวเราะเสียงดังด้วยความยโส
ทุกคนต่างหันมองและพบว่าชายผู้นั้นสวมชุดทหารพร้อมดาวหกแฉกสีทองสามดวงบนไหล่ ซึ่งบ่งบอกถึงยศนายพล ดวงตาของเขาเผยความเย็นชา
“จิงไห่โหวเหยาหยวน ท่านหัวเราะสิ่งใด?” ซูมู่หยุนเอ่ยถาม
เหยาหยวนหัวเราะจนน้ำตาไหล ก่อนจะกล่าวว่า “ท่านหยุนกงไม่เห็นหรือ? บนโถงนั่น คนหนึ่งขอให้ฆ่า ส่วนอีกคนทูลขอฝ่าบาทให้ส่งกองกำลังไปยังชายแดน ไม่ใช่ว่ามองปราดเดียวก็รู้ว่าใครคือผู้ที่ภักดีเหรอ?”
“เหยาหยวน!”
ถังหลานเอ่ยถามด้วยแววตาเย็นชา “เจ้ากำลังจะบอกว่าข้าเป็นขุนนางที่ทรยศอย่างนั้นรึ?”
“ไม่บังอา