วี่เงยหน้ามองด้วยความประหลาดใจ “เสี่ยวอิน ข้า…”
“ไม่เป็นไร…มันไม่เป็นไร…”
ฉินอินกอดเขาแน่นพร้อมน้ำตาไหลอาบสองแก้ม “ข้าขอโทษ…ขอโทษที่ไร้ประโยชน์ ขอโทษที่ทำให้เจ้าต้องรู้สึกสิ้นหวัง ขอโทษที่เสี่ยวอินไม่สามารถโน้มน้าวพวกเขาจนทำให้เจ้าต้องเจอกับความโหดร้ายเช่นนั้น ข้า…”
“เสี่ยวอิน มันไม่เป็นไร” หลินมู่อวี่คุกเข่าลงกอดฉินอินไว้ในอ้อมแขน แม้ว่านางจะถือร่มในถือ แต่ด้วยฝนที่ตกหนักทำให้ทั้งตัวนางเปียกชุ่ม ขณะที่ผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มที่งดงามเลอะน้ำโคลน
เหล่าสาวใช้และองครักษ์ยืนรออยู่ไกลๆ เนื่องจากฉินอินไม่ต้องการให้เข้ามา พวกเขาจึงไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นท่ามกลางสายฝนได้
ฉินอินโอบกอดเขาในอ้อมแขนและพูดคุยกับผู้เป็นที่รัก
“หลังจากที่เจ้าไปเมืองตงฉวง ข้าก็คิดถึงเจ้าทุกวัน…”
“ท่านตาและหลานกงกดดันหนักขึ้นเรื่อยๆ เหล่าเสนาบดีและอำนาจทางการทหารอยู่ในมือของพวกเขาทั้งหมด ข้าเป็นดั่งหุ่นเชิดเท่านั้น”
“ข้าก็คิดถึงเจ้า และไม่สบายใจที่ต้องจากไปเช่นกัน”
“เสี่ยวอินรักเจ้ามาก เจ้ารู้ใช่หรือไม่?”
…
แขนขาวของฉินอินโอบรอบคอหลินมู่อวี่ขณะที่ใบหน้างามเคลื่อนเขามาใกล้ ก่อนที่ริมฝีปากสีแดงประกบเข้าด้วยกันอย่างนุ่มนวล
จุมพิตนี้เป็นเหมือนดั่งความฝัน…
เมื่อฉินอินถอนริมฝีปากออก ความโศกเศร้าพลันปกคลุมทั่วหัวใจ
ฉินอินยิ้มและยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกครั้ง ก่อนที่ริมฝีปากจะประกบกันเป็นครั้งที่สอง ครานี้ฉินอินหน้าแดงก่ำพ