!
หลินมู่อวี่พลันสั่นสะท้าน ขณะที่ฉินเหยียนพูดว่า “พวกมันยังคงรออยู่ที่ชายฝั่ง พี่ใหญ่…เรารีบว่ายน้ำขึ้นอีกฝั่งเถิด มิเช่นนั้นคงไม่สามารถหลบหนีการไล่ล่าของอสูรเกราะได้”
“อืม!”
ทว่าขณะเดียวกันมีเสียงลูกธนูแหวกอากาศดังขึ้น
“แย่แล้ว พวกมันคืออสูรปีก!”
หลินมู่อวี่เรียกกำแพงน้ำเต้าขึ้นมาเหนือศีรษะทันที “เคร้ง เคร้ง!” เสียงลูกธนูตกกระทบพร้อมกระดอนออกไป แม้แม่น้ำจะกว้างใหญ่ แต่พวกเขาก็ว่ายน้ำใกล้ชิดกันจนข้ามไปถึงอีกฝั่ง แต่ดูเหมือนว่าพวกอสูรปีกกำลังไล่ตามมาบนอากาศ
“จะทำอย่างไรดี?!” ฉินเหยียนตะโกนเสียงดัง
หลินมู่อวี่กดไหล่ฉินเหยียนลงหมอบท่ามกลางต้นกกริมน้ำ หลินมู่อวี่นิ่งเงียบขณะที่ใช้ทักษะชีพจรวิญญาณตรวจสอบปราณของอสูรปีก เวลาผ่านไปเกือบสิบนาทีกระทั่งพวกอสูรบินหายไป เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก และรู้สึกว่าตนได้ใช้ปราณยุทธ์เกือบทั้งหมดไปกับศึกครานี้!
“อย่าควบแน่นปราณยุทธ์อีก” หลินมู่อวี่กล่าวกับฉินเหยียนเสียงเบา “มิเช่นนั้นอาจถูกพวกอสูรปีกจับได้ พวกมันสามารถมองเห็นในที่มืดอย่างจำกัด ขณะนี้มีฝนตกหนัก เราสามารถใช้โอกาสนี้หลบหนีได้ อาเหยียน…เจ้าบอกทิศทางได้หรือไม่?”
ฉินเหยียนพยักหน้า “ทิศของเมืองหลันเยี่ยนอยู่ทางตะวันตก”
“กลับบ้านกัน”
“อืม กลับบ้านของเรา!” ฉินเหยียนเกือบร้องไห้เมื่อได้ยินคำว่า ‘บ้าน’ สิบเก้าวันที่ถูกปิดล้อมในเมืองตงฉวงเป็นฝันร้ายที่เกินกว่าจะรับไหว…
ทั้งสองรีบออกเดินทางท่ามกลางสายฝ