นในยามค่ำคืนโดยไม่หยุดพัก จนกว่าจะสามารถออกห่างจากเมืองตงฉวงอย่างน้อยห้าสิบไมล์
ฝนยังคงเทลงมาอย่างหนัก ขณะที่ฉินเหยียนร้องไห้คร่ำครวญ
หลินมู่อวี่ยังคงนิ่งเงียบและฉีกเสื้อออกมาพันแผลที่แขน
หลังจากฉินเหยียนร้องไห้เป็นเวลานานก็พูดว่า “พี่ใหญ่ ท่านเซินเว่ยโหวเสียชีวิตแล้วหรือ?”
“ใช่ เขาเสียชีวิตแล้ว”
“ท่านเซินเว่ยโหวเก่งกล้ามาก เหตุใดจึงเสียชีวิต?”
“ข้าไม่ทราบ…”
หลินมู่อวี่รู้สึกสับสนเช่นกัน ก่อนจะยกมือขึ้นตบไหล่ฉินเหยียน “อาเหยียน เราต้องออกจากที่นี่ มีเผ่าปีศาจทุกหนแห่ง พวกมันไม่ปล่อยเราไว้ ข้า…ไม่รู้ว่าสถานการณ์ในมณฑลชางหนานจะเป็นเช่นไร พวกเผ่าปีศาจหิวโหยยิ่งนัก มันคงไม่พอใจกับเมืองเล็กๆ อย่างเมืองตงฉวงเป็นแน่”
“พี่หมายถึง…พวกมันจะเคลื่อนทัพไปทางตะวันตกหรือ?” ฉินเหยียนเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“อืม พวกมันจะต้องโจมตีเมืองห้าหุบเขา ต่อด้วยเมืองหลันเยี่ยน ก่อนจะทำลายจักรวรรดิทั้งหมด” หลินมู่อวี่ถอนหายใจและกล่าวต่อ “เราต้องเตรียมตัวให้พร้อม มิเช่นนั้นอาจถูกตีแตกพ่าย เอาล่ะ รีบไปกันเถิด ไม่มีเวลาให้พักผ่อนอีกแล้ว ต้องหาม้าสองตัวให้เร็วที่สุดเพื่อเดินทางไปยังเมืองห้าหุบเขาและกลับเมืองหลันเยี่ยนหลังจากนั้น”
“อื้ม!”
…
ฝนหยุดตกในเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ซูหยางพาจินฮุยออกไปทำพิธีล้างบาปบนพื้นปฐพีจากสงครามที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
หลินมู่อวี่และฉินเหยียนดูไม่เหมือนทหารยศสูงอีกต่อไป ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้