ี อีกทั้งเหล็กในร้านช่างตีเหล็กถูกหลอมจนหมดแล้ว ข้าเกรงว่าอีกไม่กี่วันพวกเราคงไม่มีแม้แต่แรงจะสังหารพวกมัน…”
“อืม…”
…
เป็นเวลากลางดึก จู่ๆ เกิดความโกลาหลขึ้นจากระยะไกล เมื่อหลินมู่อวี่เดินออกจากค่าย ทหารของเซินเว่ยโหวก็ควบม้าเข้ามากล่าวเสียงดัง “ท่านเซินเว่ยโหวขอให้ท่านไปยังกองทัพทหารแห่งจักรวรรดิเพื่อรับคำสั่งขอรับ…”
“ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
หลินมู่อวี่ควบม้าติดตามไปพร้อมฉินเหยียนและเฉินฮั่น เมื่อไปถึงโถงหลักจวนเจ้าเมืองก็พบหมินจ้าน ฉือยิง และคนอื่นๆ ยกเว้นหวังซีผู้บัญชาการกองทหารเมืองชีไห่
“ท่านเซินเว่ยโหว…”
หมินยวี่หลินพยักหน้าและกล่าว “ท่านแม่ทัพ มีการก่อกบฏในกองทหาร”
“ก่อกบฏ?”
“ใช่ หวังซีนำทหารเมืองชีไห่ห้าพันนายรวมตัวกันที่ประตูทิศเหนือและขู่ให้เปิดประตู พวกเขาไม่เต็มใจนั่งรอความตาย อีกทั้งกองกำลังในเมืองง้าวไฟและเมืองชีไห่มักมีเรื่องขัดแย้งเสมอ ข้าจะให้กองทหารหนึ่งหมื่นนายแก่ท่านเพื่อนำไปประตูทิศเหนือและปราบปรามกบฏของหวังซีทันที”
“ขอรับ…”
หลินมู่อวี่ก้าวออกไปรับเหรียญตรา ครานี้หมินจ้านและฉือยิงจะอยู่ภายใต้การบัญชาของเขา ในสถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะมีอภิสิทธิ์เล็กน้อยในฐานะราชบุตรบุญธรรมของจักรพรรดิพระองค์แรก
จากนั้นทหารทั้งหนึ่งหมื่นนายมุ่งตรงไปยังประตูทิศเหนือ เขาเห็นหวังซีพร้อมทหารเมืองชีไห่ปักหลักอยู่ที่นั่นและพยายามเปิดประตู
“หวังซี…” ฉินเหยียนพูดเสียงดัง “เจ้าบ้า