หมือนว่าเผ่าปีศาจจะคอยสังเกตการณ์ในเมืองตงฉวงเสมอ พวกมันจึงเข้าล้อมรอบพวกหวังซีทันที อสูรเกราะระดับสูงถือขวานศึกก้าวออกมาสูดกลิ่นร่างกายมนุษย์ ขณะที่หวังซีตัวสั่นเทิ้มด้วยความตกใจ “ท่านผู้นำแห่งเผ่าเทพ ระ…เรามาอย่างสันติ”
“โฮก…”
อสูรตนนั้นคำรามใส่หน้าหวังซี ภายในพริบตาขวานศึกในมือสะบั้นหัวเขากระเด็น
“ไอ้สารเลว…”
นายกองแห่งกองทหารเมืองชีไห่ตะโกนดังด้วยใบหน้าซีดเซียว “ไอ้พวกปีศาจไม่มีความเป็นมนุษย์แม้แต่น้อย! เหล่าพี่น้องเอ๋ย จงสู้และตายอย่างสมเกียรติ!”
“ขอรับ!”
ทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกันอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่กี่นาทีก็เกิดการนองเลือดขึ้น ทหารจากเมืองชีไห่เป็นเพียงทหารผู้หิวโหยและไม่มีพละกำลัง เช่นนั้นจะสามารถเผชิญหน้ากับเผ่าปีศาจผู้ชำนาญการต่อสู้ได้อย่างไร…
“พวกเราจะออกไปช่วยไหมขอรับ?” ฉินเหยียนเอ่ยถาม
หลินมู่อวี่ส่ายหัว “เจ้าจะตายทันทีที่ออกจากเมือง รีบปิดประตูเมืองซะ”
“ขอรับ…”
ขณะที่ทหารรีบดึงประตูลง อสูรเกราะที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่บริเวณใกล้เคียงพลันกางปีกพุ่งเข้ามาพร้อมกรีดร้องเสียงแหลม
“ห้ามขยับ ข้าจะไปเอง”
หลินมู่อวี่พุ่งตัวพลางชักกระบี่วิญญาณมังกรออกฟันหัวอสูรเกราะจนขาดกระเด็น “ชิ้ง!” เขาพลันหันหลังหลบขวานศึกที่โจมตีพร้อมส่งลูกเตะเข้าที่ใบหน้าอสูรอย่างรุนแรงจนใบหน้าบิดเบี้ยวและฟันแหลมสองซี่หัก หลินมู่อวี่รีบดึงมีดเสียงปีศาจออกจากเอวและขว้างตัดแขนอสูรตนหนึ่งทันที ก่อนที่มีดจะบ