ไข้สูง” หลินมู่อวี่กล่าวอย่างใจเย็น “อย่าให้คนภายนอกสัมผัสพวกเขาเพื่อป้องกันการติดเชื้อเพิ่ม”
“ขอรับ”
หลินมู่อวี่มองไปยังฉินเหยียนและกล่าว “อาเหยียน ไปตรวจสอบว่าทหารที่ป่วยเป็นของกองทัพใด และพวกเขาทำสิ่งใดที่เหมือนกัน”
ฉินเหยียนพยักหน้า “ขอรับ”
ไม่นานหลังจากนั้น ฉินเหยียนเดินกลับมาและรายงาน “พี่ใหญ่ ข้าตรวจสอบและพบว่าทหารเกือบทุกคนทำภารกิจ ‘เก็บลูกธนู’ หลังสงครามเมื่อวาน”
“เจ้าพวกอสูร…”
หลินมู่อวี่กัดฟันแน่นและชกเสาหินด้วยความโกรธ “เราถูกหลอก อสูรเกราะที่โจมตีเมืองเมื่อวานติดเชื้อทั้งหมด เผ่าปีศาจโหดเหี้ยมยิ่งนัก มันต้องการให้เรานำโรคระบาดเข้าสู่เมืองตงฉวง”
“นั่น…เราจะทำอย่างไรกับพี่น้องที่ล้มป่วย?” ฉินเหยียนเอ่ยถาม
“คงต้องรอท่านเซินเว่ยโหว”
“อืม”
ไม่นานหมินยวี่หลินขี่ม้าเข้ามายังค่ายผู้ป่วย หลินมู่อวี่เข้าไปอธิบายสั้นๆ ถึงสถานการณ์ทันที จากนั้นท่าทางหมินยวี่หลินพลันเคร่งขรึม
“ท่านเซินเว่ยโหว ควรจะทำอย่างดีขอรับ? มีผู้คนติดโรคระบาดมากขึ้นเรื่อยๆ” ซูเหวินเทียนเอ่ยถามอย่างหวั่นใจ “แม้แต่นายพลของข้าบางคนก็ติดเชื้อโรคนี้ด้วย”
“เผ่าปีศาจบีบบังคับให้เราทำเราเช่นนี้ มีเพียงต้องรีบสังหารให้สิ้น…”
หมินยวี่หลินหลับตาลงด้วยความเจ็บปวด ขณะที่เปลือกตาสั่นไหวพร้อมพึมพำ “ปิดกั้นค่ายทหารที่บาดเจ็บ ห้ามผู้ใดเข้าใกล้ และฝังทุกคนที่ติดโรคระบาดทันที ห้ามผู้ใดขัดขืน”
“ฝะ…ฝังทั้งเป็น?” ซูเหวินเทียนตกตะล