”
“ไม่เกินแปดวันขอรับ”
“น้อยยิ่งนัก”
“เนื่องจากธัญพืชและหญ้าตามมาไม่ทัน ข้าได้ส่งคนเข้าเมืองแลกเหรียญทองเป็นอาหารสำหรับผู้คนแล้ว ทว่าจำนวนประชากรในเมืองตงฉวงมีไม่ถึงหนึ่งหมื่นคน พื้นดินที่นี่ค่อนข้างแห้งแล้ง อีกทั้งเพิ่งผ่านพ้นฤดูหนาว ทำให้พืชผลเติบโตไม่ทัน มีผู้คนอดตายทุกวัน พวกเขาไม่เหลืออาหารแบ่งปันให้เรา”
หมินยวี่หลินพยักหน้า “เริ่มตั้งแต่วันนี้ ปันส่วนของทุกคนจะถูกหักครึ่งหนึ่ง ขอให้ทุกคนอดทนรอ มิเช่นนั้นเราอาจไม่รอดกระทั่งกำลังเสริมมาถึง”
“ขอรับ!”
…
สามวันผันผ่านในพริบตา แม้ทุกคนจะไม่พอใจที่ปันส่วนหายไปครึ่งหนึ่ง ทว่าโชคดีที่ไม่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น
กลางดึกขณะที่หลินมู่อวี่หลับตาฝึกฝนยุทธ์ เขากินเล่าปิ่งเพียงหนึ่งแผ่นในตอนเย็น ทำให้ท้องร้องเสียงดังด้วยความหิวโหย ฉินเหยียนเปิดประตูกระโจมและกล่าวอย่างเร่งรีบ “พี่ใหญ่ เกิดเรื่องขึ้นแล้ว มีไฟไหม้ในค่าย!”
“ไฟ?”
หลินมู่อวี่สั่นสะท้าน “สั่งทุกคนช่วยกันดับไฟเร็ว!”
“ขอรับ!”
เมื่อมาถึงก็พบว่าทั้งค่ายตกอยู่ในกองเพลิง เฉินฮั่นและคนอื่นๆ ช่วยกันสาดน้ำ ทว่าจะดับไฟที่โหมกระหน่ำเช่นนี้ได้อย่างไร…
เมื่อเห็นธัญพืชในยุ้งฉางกลายเป็นเถ้าถ่าน หลินมู่อวี่รู้สึกเย็นยะเยือกในใจ “เหตุใดจึงเกิดไฟไหม้?”
“มีไฟตกจากท้องฟ้าขอรับ”
“ท้องฟ้า?”
หลินมู่อวี่มองขึ้นไปและพบเปลวไฟขนาดเล็กตกลงจากฟ้า มีกลุ่มคนอยู่บนอากาศ ขณะที่ทหารแห่งจักรวรรดิพยายามยิงธนูจากพื้นด