ห่างออกไปหนึ่งร้อยเมตรจากหมินยวี่หลิน หลินมู่อวี่ ฉินเหยียน และคนอื่นๆ จากกองกำลังศักดิ์สิทธิ์ยืนดูการต่อสู้นอกกำแพงเมือง เมื่อกลองศึกดังรัว การต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้นพร้อมฝุ่นตลบ เช่อเถี่ยเฟิงถือธงรบปลิวไสว ขณะที่ทหารราบเกราะเหล็กถือโล่และหอกเคลื่อนตัวไป ขณะที่คุ้มกันกองทัพเฉินกงด้านหลังทั้งหมดในเวลาเดียวกัน ส่วนจักรวรรดิอี้เหอส่งทหารม้าเหล็กสองหมื่นนายเข้าโจมตี
เสียงกีบเท้าม้าดังก้องจนแผ่นดินสะเทือน ขณะที่กองทัพทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกัน
ฉินเหยียนเอ่ยถามขณะที่จ้องมองสนามรบ “พี่ใหญ่คิดว่าฝ่ายใดจะชนะ?”
“เรา” เสียงหลินมู่อวี่สงบนิ่ง
“โอ้ พี่ใหญ่มั่นใจถึงเพียงนั้นเลยหรือ?” ฉินเหยียนยิ้มเล็กน้อย
หลินมู่อวี่ขยับริมฝีปากขณะที่มือกำด้ามกระบี่แน่น “กองกำลังหลักห้าหมื่นนายของกองทัพหยางเว่ยถอนทัพกลับมาจากเมืองง้าวไฟแล้ว แม้พวกจักรวรรดิอี้เหอจะมีอาวุธครบมือ ทว่าส่วนใหญ่ไม่ได้มีประสบการณ์ในสนามรบจริง อย่างมากที่สุดคงมีส่วนร่วมในเหตุการณ์นองเลือดของเมืองหลันเยี่ยน ทว่าความต่างของพลังยังมีมากเกินไป ดังนั้นกองทหารหยางเว่ยจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ อีกทั้งจักรวรรดิอี้เหอจะต้องล่มสลายอย่างแน่นอน…ทั้งหมดขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น”
“อื้ม” ฉินเหยียนพยักหน้าและทอดสายตาออกไป
เฉินฮั่นประสานหมัดกล่าว “ท่านผู้นำหลิน ทหารทั้งหนึ่งพันนายของกองกำลังศักดิ์สิทธิ์พร้อมโจมตีทุกเมื่อ เราจะเคลื่อนทัพออกไปเมื่อใดขอรับ?”
“เราไม่ส