นพร้อมเลือดไหลนอง หลินมู่อวี่อดไม่ได้ที่จะใจเต้นแรง “คนเหล่านี้…เป็นผู้ที่ถูกท่านตู้ไห่สังหารรึ?”
“ใช่”
ผู้บัญชาการกองพันกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ “ข้าเป็นผู้นำกองทัพไปสังหารทหารแห่งจักรวรรดิอี้เหอเกือบหนึ่งหมื่นนาย นี่คงเพียงพอที่จะได้รับชื่อว่าเป็น ‘ผู้บัญชากองหมื่นคนแรก’”
หลินมู่อวี่อดไม่ได้ที่จะยิ้มและประสานหมัด “ขอแสดงความยินดีกับท่านตู้ไห่ล่วงหน้า เมื่อกลับไปเมืองหลันเยี่ยน องค์จักรพรรดินีคงเลื่อนยศให้ท่านกลับไปสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการอีกครั้งเป็นแน่”
ตู้ไห่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณสำหรับคำกล่าวดีๆ จากท่านผู้นำวิหาร ฮ่าๆ หากเป็นไปได้ท่านคงต้องกล่าวต่อหน้าองค์จักรพรรดินีเพื่อข้าบ้าง…”
“ตกลง หากไม่มีสิ่งใดแล้ว ข้าจะพาเหล่าทหารออกลาดตระเวนต่อ”
“อืม…”
…
หลินมู่อวี่ขี่ม้าลาดตระเวนรอบสนามรบอย่างเชื่องช้า มันช่างไร้เหตุผลยิ่งนัก…ท้ายที่สุดตำแหน่งผู้นำวิหารศักดิ์สิทธิ์ในสงครามครานี้มีหน้าที่ลาดตระเวนหลังสงครามเสร็จสิ้น ดูเหมือนว่าหมินยวี่หลินไม่ต้องการให้หลินมู่อวี่เป็นผู้นำทัพ แต่เป็นเพียงทหารส่งเสบียงที่มีพลังยุทธ์ไม่ธรรมดาเท่านั้น
ฉินเหยียนรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยขณะที่ถือหอกเขี้ยวอัคคีในมือ เขาไม่ได้ทำสิ่งใดเลยในศึกครานี้…
ส่วนเฉินฮั่วนำหัวของศัตรูมารับรางวัล
สายลมพัดผ่านยามราตรีช่างหนาวเหน็บ หลินมู่อวี่สูดหายใจลึกได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง กระนั้นเขาเริ่มคุ้นชินกับมันแล้ว หลังจากลาดตระเวน