วยท่าทางประหม่า “แม่ทัพหลวงไม่ควรพูดเรื่องนี้ ท่านจะเดือดร้อนหากมีใครได้ยินเข้า แท้จริงแล้ว…การเคลื่อนทัพครานี้ไม่ได้ดำเนินการด้วยความชอบธรรมนัก หากหม่านฟางนำกองทัพกบฏของจักรวรรดิอี้เหอมายังประตู ท่านเซินเว่ยโหวต้องการฉวยความดีความชอบนั้น เพื่อให้ตนมีที่ยืนในจักรวรรดิ”
หลินมู่อวี่ถอนหายใจ “ไม่มีทางเลือกอื่น ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่ในการเปิดเส้นทางขนส่งเสบียง คงทำให้อยู่ได้อีกระยะหนึ่ง”
“ขอรับ”
…
ช่วงเย็นวันถัดมา ทหารส่งสารขี่ม้าเข้าเมืองตงฉวงมุ่งหน้าไปยังค่ายกองกำลังศักดิ์สิทธิ์ เขากล่าวรายงานอย่างเร่งรีบ “ผู้นำวิหาร เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ”
“มีสิ่งใด?” หลินมู่อวี่วางถ้วยน้ำชาลงอย่างรวดเร็วจนชาร้อนกระฉอก
ทหารส่งสารมีสีหน้าซีดเผือด “ขบวนขนส่งเสบียงจากมณฑลชางหนานถูกสกัดห่างจากมณฑลหลิงตงราวยี่สิบไมล์ ธัญพืชและหญ้าทั้งหมดถูกเผา และไม่เหลือผู้รอดชีวิต”
“อา…” หลินมู่อวี่ประหลาดใจ “ใครเป็นผู้ลงมือ?”
“ไม่ทราบขอรับ”
ฉินเหยียนกระซิบ “พี่ใหญ่ เราออกไปดูกันเถิด”
“อืม ออกเดินทางทันทีพร้อมทหารหนึ่งร้อยนาย”
“ขอรับ”
ทหารหนึ่งร้อยนายควบม้าออกจากเมืองท่ามกลางสายลมหนาวในพริบตา
ในช่วงกลางดึก ทุกคนจุดคบเพลิงเพื่อให้แสงสว่างแก่ถนนที่อยู่ใกล้เคียง ห่างออกไปยี่สิบไมล์หลินมู่อวี่กำลังแผ่ทักษะชีพจรวิญญาณ ทว่าสิ่งที่สัมผัสได้มีเพียงความเงียบสงัดของความตายเท่านั้น พร้อมทั้งได้กลิ่นเหม็นของเลือดและเนื้อไหม้ ท่า