ยวกันหลินมู่ควบม้าออกมาเกือบสามไมล์และเข้าใกล้รัศมีพลังมากขึ้นเรื่อยๆ ทว่าบริเวณโดยรอบมืดสนิทจนไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้ หลินมู่อวี่จำเป็นต้องพึ่งพาทักษะชีพจรวิญญาณเท่านั้น
เมื่อเดินเข้าใกล้ทุ่งหญ้า ปฏิกิริยาของทักษะชีพจรวิญญาณรุนแรงขึ้นขณะที่สัมผัสถึงปราณอันทรงพลัง หลินมู่อวี่ค่อยๆ ชักกระบี่วิญญาณมังกรออกมาพร้อมเปลวไฟลุกโชนทั่วใบดาบ ทันใดนั้นม้าศึกตื่นตระหนกร้องเสียงดังและยกขาหน้าขึ้น ทำให้หลินมู่อวี่ต้องรีบลงจากม้าเหยียบลงบนพื้นที่เปียกชื้น
“พรึ่บ…”
เสียงกระพือปีกดังขึ้น ก่อนที่ร่างสีดำจะพุ่งตัวออกจากกอหญ้าอย่างรวดเร็ว
ภายใต้แสงสว่างจากเปลวไฟบนดาบ หลินมู่อวี่เงยหน้าขึ้นมอง พบร่างมนุษย์ดูน่าเกลียดปกคลุมไปด้วยเกราะหนาและตัวสูงใหญ่เกือบสามเมตร ทว่าใบหน้ากลับไม่ใช่มนุษย์ มันปาขวานศึกใส่หลินมู่อวี่ทันทีที่เห็น
“วิ้ง!”
กำแพงน้ำเต้าปรากฏขึ้นรับการโจมตีของศัตรูทันที
“เปรี้ยง!”
เกิดการระเบิดพลังรุนแรงจนทำให้ผู้โจมตีกระเด็นถอยออกไป ขณะที่ร่างกายหลินมู่อวี่ท่วมไปด้วยเลือด นี่มันพลังอะไรกัน…ช่างแข็งแกร่งและแปลกประหลาดยิ่งนัก!
‘สัตว์ประหลาด’ ถือขวานต่อสู้ในมือทั้งสองพร้อมส่งเสียงทุ้มต่ำ “โฮก…” เปลวไฟจากดาบทำให้หลินมู่อวี่มองเห็นชัดเจนว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้มีสี่ขา และขาเหล่านั้นหุ้มเกราะหนา ขณะที่เกราะด้านหลังเปิดออกสำหรับสามปีกเหมือนตัวด้วง
“นั่นมันตัวบ้าอะไร?” หลินมู่อวี่กัดฟันแน่น ขณะที่จมูก