ดูเหมือนเดิม อีกทั้งยังดูเกียจคร้าน แน่นอนว่านี่เป็นผลจากการซ่อนปราณและวิญญาณยุทธ์
เมื่อมาถึงตำหนักเจ๋อเทียนเป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว ภายในโถงใหญ่ฉินอิน เฟิงจี้สิง ถังหลาน ซูมู่หยุน และเหล่าทหารยศสูงคนอื่นๆ อยู่ภายในพิธิการเรียบร้อย กลางโถงหลักมีโต๊ะทรายซึ่งมีภาพจักรวรรดิวางซ้อนอยู่
“ท่านผู้ดูแลหลินมู่อวี่กลับมาแล้ว…” ข้าราชบริพารตะโกนดัง
ฉินอินรีบหันกลับมาทักทายด้วยรอยยิ้ม “พี่อาอวี่ในที่สุดก็กลับมา…การฝึกยุทธ์เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”
“ราบรื่นมาก”
หลินมู่อวี่พยักหน้าและยิ้มรับ
“มาเถิด ข้าจะแนะนำท่านผู้หนึ่งให้รู้จัก” ฉินอินจับมือหลินมู่อวี่เดินเข้าไปกลางฝูงชน ก่อนจะกล่าวกับชายในชุดเกราะแม่ทัพ “นี่คือเซินเว่ยโหวหมินยวี่หลิน ส่วนนี่คือหลินมู่อวี่ หนึ่งในสี่วีรบุรุษแห่งเมืองหลันเยี่ยน”
หมินยวี่หลินเป็นชายอายุราวห้าสิบปี ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยพลังและความแข็งแกร่ง ซึ่งบ่งบอกได้ว่าเขาเป็นแม่ทัพที่หาได้ยาก ซึ่งแตกต่างจากเด็กครอบครัวชั้นสูงที่ได้รับการปรนนิบัติ…
หลินมู่อวี่ประสานหมัด “คารวะท่านเซินเว่ยโหว…”
หมินยวี่หลินประสานหมัดรับด้วยความเคารพ “สวัสดีท่านผู้นำวิหารศักดิ์สิทธิ์…”
“เอาล่ะ ทักทายกันแล้ว ก็มาหารือกันต่อเถิด” ซูมู่หยุนก้าวไปด้านหน้าตบไหล่หลินมู่อวี่แผ่วเบา “อาอวี่ กำลังคนและม้าของเซินเว่ยโหวมาถึงเมืองหลันเยี่ยน ในอีกสามวันกองทัพหนึ่งแสนนายจะเคลื่อนทัพไปยังมณฑลหลิงตง ลำพังเพียงท่านเซ