คำบัญชาของเจ้า แม้จะเป็นแม่ทัพที่มีทหารเพียงสามพันนาย ก็อย่าได้ดูถูกตนเองเลย”
ฉินอินเม้มริมฝีปากแดงและมองหลินมู่อวี่ด้วยดวงตาที่เปียกชื้น นางมีทั้งความหวังและสิ้นหวังในเวลาเดียวกัน ไม่นานก็หันไปพูดว่า “ท่านตา ท่านหลานกง ข้าแนะนำว่าควรส่งนายพลผู้มีความสามารถไปช่วยพี่อาอวี่ มิเช่นนั้นข้าเกรงว่าเขาคนเดียวจะไม่สามารถควบคุมทหารเกณฑ์ทั้งสามพันนายได้”
“อืม ผู้ใดยินดีจะติดตามหลินมู่อวี่?” ถังหลานเอ่ยถาม
ท่ามกลางฝูงชน ฉินเหยียนประสานหมัดกล่าว “ข้ายินดี”
“ท่านอ๋องน้อยฉินเหยียน?” ถังหลานผงะ “อ๋องน้อยฉินเหยียนเป็นคนในตระกูลฉิน และเป็นบุตรคนเดียวของอ๋องจี้หนิง…คงดีกว่าหากอยู่ในเมืองหลันเยี่ยน อย่างน้อยหากอ๋องจี้หนิงจากไป จะได้มีสายเลือดสืบต่อภายภาคหน้า”
ฉินเหยียนเลิกคิ้ว “ข้า…ฉินเหยียน…ฝึกฝนตั้งแต่เด็กเพื่อสามารถเป็นกำลังให้แก่จักรวรรดิในสักวันหนึ่ง ชีวิตของข้าจะไม่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ได้โปรดให้ข้าได้ติดตามพี่ใหญ่ไปเถิด ข้าต้องการประสบการณ์ และพี่อาอวี่ก็ต้องการคนทำงานให้เพื่อร่วมชะตากรรมด้วยกัน!”
ฉินอินพยักหน้ารับ “ฉินเหยียนจะเป็นรองผู้บัญชาการของหลินมู่อวี่ และพวกเราจะออกไปด้วยกันทั้งหมด จบการหารือ!”
ฉินอินกล่าวอย่างหนักแน่นจนทำให้ซูมู่หยุนและถังหลานมิสามารถโต้แย้ง
เฟิงจี้สิงนิ่งเงียบและครุ่นคิด