้วย “องครักษ์อวี้หลินคือกองทัพของจักรพรรดิ น่าเสียดายที่องครักษ์ชุดก่อนถูกสังหารจนหมด”
ฉินอินเอื้อมจับมือหลินมู่อวี่ “อย่าเศร้าไป ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย”
หลินมู่อวี่ทำได้เพียงหัวเราะกับคำปลอบของฉินอินก่อนจะลุกขึ้นกล่าว “ตอนนี้เสี่ยวซีกลับถึงเมืองหน้าด่านอสูรแล้ว ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลจนกว่าหมินยวี่หลินจะมาถึงที่นี่ในอีกสามวัน ส่วนข้าคิดไว้ว่าจะเข้าป่าล่ามังกรเพื่อฝึกฝนราวสิบวัน ระหว่างที่ข้าไม่อยู่…เจ้าต้องดูแลตัวเองนะเสี่ยวอิน ข้าจะให้ทหารมังกรผงาดอารักขาตำหนักเจ๋อเทียนเป็นการชั่วคราวด้วย”
“ข้าไม่มีปัญหา แต่ไม่รู้ว่าท่านตาจะเห็นด้วยหรือไม่”
“อย่ากังวล เพียงเจ้าออกพระราชโองการ…ทหารมังกรผงาดจะมายังตำหนักเจ๋อเทียนทันทีโดยไม่สนว่าหยุนกงจะเห็นด้วยหรือไม่ เราจะอ่อนข้อให้เขาไม่ได้…เพราะหากยังเป็นเช่นนี้ต่อ เจ้าจะไม่มีวันได้ครองอำนาจตัวเองอีกเลย”
“อืม”
…
พลบค่ำ หลังจัดการทุกอย่างในวิหารศักดิ์สิทธิ์และค่ายมังกรผงาดเรียบร้อยแล้ว หลินมู่อวี่จึงสวมชุดเกราะทหารออกจากเมืองหลันเยี่ยน ตรงสู่ป่าล่ามังกรอย่างเงียบๆ”
หลินมู่อวี่ไม่ได้บอกฉินอินว่าการฝึกฝนในป่าล่ามังกรครั้งนี้คือการฝึกวิญญาณยุทธ์โซ่เทวะ…
ระหว่างทางควบม้าก็พบว่าภายในทะเลจิตของหลินมู่อวี่ วิญญาณยุทธ์ทั้งสองกำลังเข้ากันได้ดี น้ำเต้าสีทองหมุนไปมาพร้อมกับเปล่งแสงน่าหลงใหล เช่นเดียวกันโซ่เทวะที่สว่างเจิดจ้าราวกับแสงจันทร์กลางฟ้าราตรี วิญญาณย