ล้อมรอบตัว ปราณยุทธ์แผ่ขยายก่อนจะควบแน่นเป็นเกราะปราณคุ้มกันร่างกายอันน่าหลงใหลและสง่างามของนาง พลังยุทธ์ที่สัมผัสได้บ่งบอกว่านางก้าวสู่ขอบเขตนภาขั้นสองแล้ว
“ช่างแข็งแกร่งอะไรเยี่ยงนี้”
หลินมู่อวี่กล่าวอย่างชื่นชม “น่ายินดีนักที่เสี่ยวอินก้าวผ่านมันมาได้ หากเป็นเช่นนี้…เจ้าคงไปถึงขอบเขตได้ในไม่ช้า”
“ข้าจะตั้งใจฝึกฝนและบรรลุสู่ขอบเขตปราชญ์ให้ได้ก่อนอายุยี่สิบห้า” ดวงตาคู่สวยของฉินอินฉายแววมุ่งมั่น
“เหตุใดจึงต้องก่อนอายุยี่สิบห้า?” หลินมู่อวี่ถามด้วยความประหลาดใจ
ฉินอินยิ้มก่อนจะกล่าว “พี่อาอวี่ช่างโง่เขลา รู้หรือไม่ว่าขอบเขตปราชญ์อันยิ่งใหญ่รักษาความงดงามได้? เมื่อจอมยุทธ์บรรลุสู่ขอบเขตปราชญ์ ร่างกายจะหยุดอยู่ที่เดิมจนกว่าจะก้าวสู่ขอบเขตเทวะ นั่นหมายความว่าเรามีชีวิตอมตะอย่างไรเล่า เสี่ยวอินจึงตั้งใจจะรีบพัฒนาความแข็งแกร่งให้สู่ขั้นนั้นโดยเร็ว เพื่อจะได้รักษาช่วงชีวิตที่งดงามที่สุดของตัวเองเอาไว้…”
“เป็นเช่นนี้เอง”
หลินมู่อวี่ชะงักก่อนจะกล่าวต่อ “ฉะนั้นเจ้าก็รีบบรรลุขอบเขตปราชญ์เถิด หากต้องการความช่วยเหลือใดจงบอกกล่าวแก่ข้า ข้าจะช่วยสุดความสามารถ”
“การฝึกยุทธ์เป็นภาระของข้า อาอวี่ไม่จำเป็นต้องช่วย…” ฉินอินยิ้มและกล่าวต่อ “ตอนนี้ข้ากำลังพยายามเกลี้ยกล่อมท่านตาให้จัดตั้งกองทัพอวี้หลินขึ้นใหม่ให้ได้ในเร็ววันอยู่”
“อืม ดีแล้วที่จัดตั้งกองทัพองครักษ์อวี้หลินใหม่” หลินมู่อวี่พยักหน้าเห็นด