ลินมู่อวี่หัวเราะ “อย่ากังวลไปขอรับ วันข้างหน้ายังมีโอกาส…จักรวรรดิอี้เหอปล้นอาณาเขตเราไปกว่าครึ่ง ด้วยกำลังทหารถึงห้าแสนนายครานี้คงกำจัดพวกมันได้ง่ายขึ้น ศึกของเรามาถึงแล้ว”
“อืม…”
เฟิงจี้สิงตอบรับก่อนจะถามต่อ “อาอวี่ การฝึกกองทัพศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ได้เฟิงสี่ ฉินเหยียน เว่ยโฉวช่วยฝึก ทำให้ผลสำเร็จออกมาดีทีเดียวขอรับ ทว่าก็ยังไม่เพียงพอต่อการออกรบจริง พวกเขายังขาดประสบการณ์”
“อืม ข้ารู้” เฟิงจี้สิงมองถังหลานก่อนจะกล่าว “ระวังไว้เถิด หลานกงและหยุนกงคงไม่ปล่อยให้กองทัพศักดิ์สิทธิ์แข็งแกร่งขึ้นแน่ เตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาที่จะตามมาให้ดี”
“อย่าห่วงเลย ข้ามีวิธีจัดการกับมัน”
“อืม”
…
หลังจบการประชุม ฉินอินพาหลินมู่อวี่ไปหลังตำหนัก
“พี่อาอวี่ ขออภัยด้วยสำหรับเรื่องในวันนี้” ฉินอินกล่าวอย่างรู้สึกผิด “ข้าอยากจะช่วยพูดให้เจ้ามากกว่านี้ ทว่าพวกขุนนางไม่ให้โอกาสข้าเลย”
หลินมู่อวี่พยักหน้า “ช่วยไม่ได้…ขุนนางส่วนใหญ่เป็นพวกหลานกงกับหยุนกง ทว่าตอนนี้เจ้ามีข้า พี่เฟิง เว่ยโฉวและจางเหว่ยเข้าร่วมด้วย สถานการณ์ต่างๆ คงดีขึ้นกว่าเมื่อสองปีก่อน”
“อืม” ฉินอินกอดแขนหลินมู่อวี่และพยักหน้าอย่างจริงจัง “อย่าเอ่ยถึงเรื่องแย่ๆ อีกเลย ในเมื่อเจ้ากลับมาแล้ว ทุกอย่างจะต้องดีขึ้น อีกอย่าง…พลังยุทธ์ข้าเพิ่งบรรลุเมื่อวานนี้…”
“จริงหรือ?”
“อืม ดูสิ…” ไม่ว่าเปล่า ฉินอินปลดปล่อยวิญญาณยุทธ์โซ่เทวะเจ็ดเส้น