ที่สวมชุดสวยงามนั่งยิ้มอ่านข่าวสารเมืองหลันเยี่ยนอยู่ นางหันมามองหลินมู่อวี่ “ข้ารอเจ้ามาสองชั่วโมงแล้วอาอวี่”
“ข้าฝึกหนักเลยพักผ่อนนานไปหน่อย ในเมื่อพี่ฉู่เหยามาแล้ว เราไปหาอะไรกินด้วยกันเถิด”
“เออ…”
ห้องครัวของวิหารศักดิ์สิทธิ์กว้างขวางมาก ข้างในมีคนเจ็ดถึงแปดคนกำลังวุ่นอยู่กับการจัดสำรับอาหาร หลินมู่อวี่พาฉู่เหยามาร่วมโต๊ะอาหารค่ำด้วยกัน หลังจากกินไก่ย่างสองตัวกับขากวางหนึ่งขา หลินมู่อวี่ก็รู้สึกอิ่มพลางตบหน้าท้องตัวเองด้วยความพอใจ ก่อนจะหัวเราะและสะอึกไปพร้อมกัน “พี่ฉู่เหยามาถึงวิหารศักดิ์สิทธิ์ มีเหตุสำคัญใดหรือไม่?”
“อืม”
ฉู่เหยาหัวเราะ “สมาพันธ์โอสถได้รับสมัครนักปรุงโอสถใหม่จำนวนมาก เกินกว่างานที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงกลาโหม ทำให้มีโอสถล้ำค่ามากมาย ข้าได้ยินมาว่าเจ้าร่วมมือกับจินเสี่ยวถังเปิดร้านค้าจื่อยิน จึงคิดจะฝากเจ้าไปขาย หลังขายได้หมดเจ้าก็หักค่านายหน้าส่วนที่เหลือก็ส่งมอบเป็นรายได้แก่สมาพันธ์โอสถ ตกลงหรือไม่?”
“อ้อ พี่ฉู่เหยาอยากคุยเรื่องการปันส่วนอย่างนั้นรึ?” หลินมู่อวี่หัวเราะ
“ใช่ อาอวี่ของข้า มาทำข้อตกลงกันเถิด เพราะร้านค้าล่ามังกรและร้านค้าศาสตราวุธว่านเซื่งช่างใจดำ พวกเขาเก็บค่านายหน้าจากยอดขายตั้งสามสิบเปอร์เซ็นต์”
“เช่นนี้เอง…” หลินมู่อวี่พยักหน้า “ข้าจะคุยกับจินเสี่ยวถังให้ ร้านค้าจื่อยินจะเก็บจากยอดขายเพียงสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะเราเป็นร้านค้าเปิดใหม่คงลดให้ม