ากกว่านี้ไม่ได้ พี่ฉู่เหยาคิดว่าอย่างไรกับยอดที่เสนอ?”
ฉู่เหยายิ้มอย่างมีความสุข “ข้ารับข้อเสนอ ในฐานะผู้นำสมาพันธ์โอสถข้าตัดสินใจคนเดียว”
“เยี่ยมเลย”
หลินมู่อวี่หยิบไก่ย่างตัวที่สามมากิน “ช่วงนี้พี่ฉู่เหยาต้องระวังเป็นพิเศษนะขอรับ เสี่ยวอินเพิ่งออกคำสั่งให้เฟิงจี้สิงตรวจตราสถานการณ์ทุกแผนก อย่าถูกจับได้แล้วกัน…”
ฉู่เหยายิ้มเยาะ “เจ้าเด็กโง่ สาปแช่งข้าอย่างนั้นรึ? เรื่องอาหารลดบ้างก็ดี อย่ากินให้มากนัก…”
“ไม่เป็นไร ข้าตะกละอยู่แล้ว หากเอาวัวโรยยี่หร่ามาให้ ข้าก็กินมันได้ทั้งตัว”
ฉู่เหยาถึงกับพูดไม่ออก
…
ค่ำคืนแห่งการพักผ่อนมาเยือน พรุ่งนี้เช้าหลินมู่อวี่ต้องไปเข้าร่วมการประชุม ณ ตำหนักเจ๋อเทียนตามที่ถูกเรียกตัว
รุ่งสาง หลินมู่อวี่อาบน้ำแต่งตัวก่อนจะขึ้นควบม้ามุ่งสู่ตำหนักเจ๋อเทียนเพียงลำพังพร้อมกับกระบี่วิญญาณมังกร ครานี้เขาสวมชุดผู้นำศักดิ์สิทธิ์ใหม่ซึ่งไม่ต่างจากเดิมเท่าไรนัก เว้นเสียแต่เกราะที่รายล้อมด้วยศิลาทะยานนภา ช่วยลดน้ำหนักของเกราะลงอย่างมากและพลังป้องกันยังคงเดิม
ด้านหน้าตำหนักเจ๋อเทียน วางเหว่ยนำกองทหารอวี้หลินเฝ้าอารักขา เมื่อเห็นหลินมู่อวี่ก็ประสานหมัดยิ้มให้แต่ไกล “ท่านหลินมู่อวี่มาเร็วจังนะขอรับ”
“อืม…”
หลินมู่อวี่ถาม “ท่านพี่เฟิงมาถึงหรือยัง?”
“ขอรับ เชิญเข้าไปพบเขาเถิด เฒ่าจางผู้นี้จะตามเข้าไปหลังตรวจตราได้รอบหนึ่งแล้ว”
“อืม”
เมื่อก้าวเข้าสู่ตำหนักเจ๋อเทียน หลินมู