ันใด ตลอดสามปีมานี้ แม้จะมีผู้คนทยอยเข้าไปตั้งรกรากจำนวนมาก ทว่าเมืองห้าหุบเขาก็ไม่ได้อุดมสมบูรณ์เช่นเมื่อก่อนแล้ว ส่วนประชากรก็เหลือเพียงห้าแสนคนเท่านั้น”
หลินมู่อวี่ร่างสั่นเทิ้มด้วยความโมโหพลางส่งยิ้มอย่างไม่พอใจ “ไม่แปลกที่จะมีข่าวลือว่าจักรวรรดิอี้เหอสังหารหมู่คนทั้งเมืองหลันเยี่ยนในครึ่งเดือนมากพอๆ กับเซี่ยงอวี้ผู้เป็นวีรบุรุษสังหารประชาชนของตน”
เฟิงจี้สิงกล่าว “การกระทำของเซี่ยงอวี้นั้นโหดร้ายและไร้ยางอาย ถึงกระนั้นแม้เขาจะไม่ใช่คนที่ใจบุญ ทว่าเขาก็เป็นแม่ทัพที่แข็งแกร่ง ในช่วงเวลาสำคัญที่เจ้ากับข้าไม่ได้อยู่ที่นั่น ทำให้มีเซี่ยงอวี้ในวันนี้ หึ! หากไม่มีเซี่ยงอวี้หลานกงคงไม่สามารถต่อต้านหยุนกงได้เลย”
“เช่นนั้นคงต้องขอบพระคุณหลานกงและหยุนกงสิอย่างนั้นสิ”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ตอนนี้หยุนกงครอบครองอำนาจทั้งหมดหรือยัง? ข้าเกรงว่าเมื่อถึงเวลานั้นฉินอินคงถูกกำจัดและหยุนกงคงขึ้นครองราชย์แทน!” แววตาอาฆาตของหลินมู่อวี่ปรากฏขึ้น
ฉินอินชะงักไปชั่วครู่ “พี่อาอวี่ เป็นไปไม่ได้…เขาเป็นตาของข้า!”
“ขณะที่เมืองหลันเยี่ยนถูกล้อมรอบด้วยกองทหารจากจักรวรรดิอี้เหอ ทว่าเขากลับไม่ส่งกำลังเสริมมาช่วย เท่านี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ได้ห่วงความเป็นตายของเจ้าเลย แม้เจ้าจะนึกถึงเขา…กลับกันในใจท่านตานึกถึงเจ้าไม่ได้ครึ่งหนึ่งของเมืองด้วยซ้ำ” หลินมู่อวี่ถอนหายใจมองฉินอิน “หากวันนั้นมาถึง ข้าหวังว่าเจ้าจะไม