่ลังเล…”
ฉินอินขมวดคิ้วพยักหน้าด้วยความเจ็บปวดโดยไม่กล่าวอันใด
จางเหว่ยยิ้มอยู่ด้านข้าง “อย่างที่ท่านผู้นำกล่าว ฝ่าบาทมิได้สำคัญกับหยุนกงเลย แล้ว…ในใจของท่านเล่า องค์จักรพรรดินีสำคัญเพียงใด?”
ทุกคนต่างหันมองหลินมู่อวี่เป็นตาเดียว เขาเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ย “ข้าไม่รู้ ทว่าสักวันข้าจะทำให้ใจของทั้งสองกลับมาตรงกันให้ได้”
เฟิงจี้สิงประหลาดใจกับคำพูดของหลินมู่อวี่ก่อนจะยิ้มกริ่ม
ทหารเมืองหยาดสายัณห์ด้านหลังฉินอินมองหลินมู่อวี่ด้วยความตกตะลึง ทุกสัมผัสได้ถึงความหยิ่งผยองที่ออกมาจากใจของหลินมู่อวี่ทว่ากลับทำสิ่งใดไม่ได้
…
ณ อนุสรณ์สถานในเขตหลุมฝังศพราชวงศ์ฉิน
แท่นหินซึ่งถูกทำเป็นอนุสรณ์ตั้งอยู่เรียงราย โดยมีแท่นที่อยู่หน้าสุดคืออนุสรณ์หลัก หลินมู่อวี่ ฉินอิน เฟิงจี้สิงและคนอื่นๆ ลงจากม้าก่อนจะเงยหน้ามองรายชื่อที่คุ้นเคย…ชื่อหลินมู่อวี่ที่ถูกสลักไว้ด้วยลายมืออันสวยงาม
“อยากลบชื่อออกหรือไม่?” ฉินอินถาม
“ไม่”
หลินมู่อวี่ยังคงเงยหน้ามองและยิ้ม “ข้าตายไปแล้วในวันนั้น ทิ้งชื่อไว้เช่นนี้…ข้าจะได้รำลึกกับตัวเองไว้เสมอ ว่าหากต้องตายอีกครั้ง ยังมีท่านฉู่ฮว๋ายเหมี่ยน ท่านฉินเหลยและคนอื่นๆ รอข้าอยู่”
ฉินอินพยักหน้า “ตกลง!”
หลินมู่อวี่ประสานหมัดกล่าวอย่างจริงจังต่อหน้าอนุสรณ์ “ท่านพี่ฉินเหลย ท่านปู่เหล่ยหง ท่านปู่ชวีฉู่่ ท่านพี่หลัวเลี่ย หลินมู่อวี่ผู้นี้ยังไม่ตาย! โปรดเฝ้ามองข้าจากบนสวรรค์ ข้าและท่