ื่นๆ ก็ร่วมประสานหมัดยินดีกับหลินมู่อวี่เช่นกัน ช่างประจบสอพลอสิ้นดี!
อย่างไรก็ดี ตามกฎแล้ว…กองทัพมังกรผงาดและกองทัพองครักษ์ไม่สามารถเพิ่มกองกำลังทหารได้นอกจากถังหลานกับซู่มู่หยุนจะอนุญาต ฉินอินไม่มีอำนาจในเรื่องนี้
ถึงกระนั้น หลินมู่อวี่ที่ได้รับตำแหน่งผู้นำวิหารศักดิ์สิทธิ์เขาสามารถแสดงความสามารถของตนได้ทุกเมื่อ
บ่ายคล้อย ถังเสี่ยวซี เฟิงจี้สิง เว่ยโฉวและหลินมู่อวี่กลับไปวิหารศักดิ์สิทธิ์ด้วยกันเพื่อไปฉลองกับตำแหน่งผู้นำของหลินมู่อวี่
ในห้องโถง กลุ่มคนต่างนั่งรอบโต๊ะกลมมองหน้ากันไปมา
เฟิงจี้สิงหยิบแก้วชาขึ้นมาแกว่งก่อนกัดฟันกล่าว “ข้าโมโหนัก…สองขุนนางเฒ่านั่นคงไม่ยอมให้ขยายกองทัพองครักษ์และมังกรผงาดเป็นแน่ คิดจะให้เราใช้ทหารสองหมื่นหนึ่งพันนายแบบนี้ไปตลอดรึ? บอกตามตรง…กองกำลังเพียงเท่านี้จะไปทำอะไรได้!”
ถังเสี่ยวซีมองหลินมู่อวี่ “มู่มู่ เจ้าลักลอบรับสมัครทหารและซื้อม้าบนภูเขาหลงหยานเพื่อขยายกองทัพมังกรผงาดได้หรือไม่?”
“ข้าก็กำลังคิดอยู่…”
หลินมู่อวี่พยักหน้ายิ้ม “เพียงแต่ข้าเกรงว่าคนของหยุนกงและหลานกงปู่เจ้าจะมีหน่วยสอดแนมอยู่ทุกสารทิศ คงทำให้ลำบากอย่างมาก”
ถังเสี่ยวซียิ้มอย่างรู้สึกผิด “มู่มู่ อย่าโกรธท่านปู่เลย ข้าไม่รู้ว่าเขากลายเป็นคนหลงอำนาจแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร”
“เขาอาจเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วกระมัง” เว่ยโฉวหัวเราะเย้ยหยัน
หลินมู่อวี่ถอนหายใจมองเกอหยางพลางเอ่ยถาม “ท่านปู่