ลางชักกระบี่จากฝักและปักมันลงบนพื้นพรมเบื้องหน้า “ฉึก!” แสงประกายจากคมกระบี่เปล่งออก หลินมู่อวี่ยิ้มโดยไร้ความโกรธใด “ในนามคนของจักรวรรดิขอกล่าวว่าแผ่นดินนี้เป็นของราชวงศ์ฉิน ผู้ที่มีอำนาจปกครองคือฉินอิน ในฐานะขุนนางควรสำเหนียกหน้าที่ของตนไว้ให้ดี ข้าคือบุตรแห่งจักรพรรดิฉินจิ้น พี่ชายของเสี่ยวอินผู้นี้จะคอยปกป้องนางจากความทุกข์ทั้งปวง หากพวกเจ้าคนใดข้องใจ ไม่ยอมรับในคำตัดสินนี้และอยากสัมผัสคมกระบี่ของข้า ก็เชิญไปที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ได้เลย…ข้าพร้อมประมือทุกเมื่อ!”
ภายใต้แรงกดดันของหลินมู่อวี่ทำให้ถังเทียนพูดไม่ออกและชะงักไปชั่วครู่
ถังหลานและซูมู่หยุนขมวดคิ้วมองหน้ากันโดยไม่กล่าวคำใด เป็นการยากที่จะขัดคำของหลินมู่อวี่เพราะเขาทำตามพระกฤษฎีกาซึ่งแม้แต่ทั้งคู่ก็ไม่มีอำนาจต่อต้าน หยุนกงผู้อำนาจอยู่ทั่วเมืองหลันเยี่ยนทำได้เพียงจำนนต่อกฎของจักรวรรดิ หลินมู่อวี่ได้รับชัยชนะของการต่อสู้ครั้งแรกหลังฟื้นจากความตาย!
เฟิงจี้สิงที่ยืนอยู่กับจักรพรรดินีทำหน้าปีติพลางหัวเราะเบาๆ “เยี่ยมมากอาอวี่!”
เว่ยโฉวพยักหน้ายิ้ม “ผู้บัญชาการของข้ากลับมาแล้ว…”
ถังเสี่ยวซีทำได้เพียงยิ้มอย่างมีความสุขพลางมองหลินมู่อวี่ผู้ยืนหยัดราวกับราชา
…
ซูมู่หยุนก้าวออกมาพลางประสานหมัดกล่าว “ยินดีกับท่านหลินมู่อวี่ด้วยที่ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นผู้นำแห่งวิหารศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีผู้ใดเหมาะสมยิ่งกว่าท่านแล้ว!” ถังหลานและขุนนางคนอ