งก้มหัวยิ้ม “องค์หญิงซีทรงปราดเปรื่องยิ่งพ่ะย่ะค่ะ…”
ซือหลิงยิ้มให้ถังเสี่ยวซีด้วยความอ่อนน้อม “องค์หญิงซี กระหม่อมเพียงทำตามกฎเท่านั้น หาได้ต้องการล่วงเกินท่านหลินมู่อวี่แม้แต่น้อย โปรดประทานอภัยโทษให้กระหม่อมเถิด…”
“อย่างงั้นหรือ?”
ถังเสี่ยวซีจ้องซือหลิงอย่างเอาเรื่อง เพลิงจิ้งจอกเก้าหางโหมกระหน่ำรอบกายราวกับกับต้องการปลดปล่อยพลัง
หลินมู่อวี่เกรงว่าถังเสี่ยวซีจะระเบิดพลังกลางโถงประชุมจึงรีบกล่าวตัดบท “เสี่ยวซี…ข้าไม่เป็นไร ข้าไม่ได้สนใจว่าจะได้ตำแหน่งหรือไม่ และคงเป็นการดีกว่าหาก…”
ฉินอินมองหลินมู่อวี่ด้วยความสนใจ “พี่อาอวี่มีทางที่ดีกว่าหรือ?”
“อืม”
หลินมู่อวี่หันมองเหล่าขุนนางและยิ้ม “ตามกฎกระทรวงกลาโหมกล่าวไว้ว่า เมื่อใดก็ตามที่กฎหมายถูกบังคับใช้ จงปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ด้วยเหตุนี้…ข้าจะกลับไปวิหารศักดิ์สิทธิ์ เพราะท่านผู้นำเกอหยางตัดสินใจแล้วว่าจะส่งมอบตำแหน่งผู้นำแห่งวิหารให้แก่ข้า คงไม่มีผู้ใดคัดค้านใช่หรือไม่?”
ถังเทียนชะงัก “วิหารศักดิ์สิทธิ์เป็นเสาหลักของจักรวรรดิ ตำแหน่งผู้นำวิหารนั้นสำคัญยิ่งจะสามารถมอบมันให้แก่เจ้าได้อย่างไร?”
หลินมู่อวี่เลิกคิ้วขึ้นและกล่าว “ข้าได้อ่านพระกฤษฎีกาแล้ว การเลือกผู้นำวิหารศักดิ์สิทธิ์นั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินพระทัยของจักรพรรดิแต่เพียงผู้เดียว หากเสี่ยวอินอนุญาตให้ข้าขึ้นรับตำแหน่งแล้ว ยังมีผู้ใดกล้าคัดค้านอีกหรือ?”
ขณะกล่าว หลินมู่อวี่พ