้สิงคร่ำครวญ “เรากวาดล้างพวกมันไปกว่าสองพันนาย ทว่าราชทูตใหญ่ของสำนักอัศวินในมณฑลหลิงหนานหนีไปได้ รวมทั้งปู้ไห่ด้วย ช่างน่าเสียดายที่ล้มเหลวในการสังหารขอบเขตปราชญ์ผู้นี้!”
“ปู้ไห่?”
หลินมู่อวี่ผงะ “ขณะที่ออกจากภูเขา ข้าพบชายชราคนหนึ่งนามว่าปู้ไห่ซึ่งอยู่ขอบเขตปราชญ์ และเขาต้องการฉวยกระบี่วิญญาณมังกรไปจากข้า”
“จริงหรือ?” เว่ยโฉวยิ้มอย่างประหลาดใจ “ท่านแม่ทัพ คนผู้นั้นบาดเจ็บที่แขนใช่หรือไม่?”
“ใช่ อีกทั้งวิญญาณยุทธ์ของเขาคือหมาป่าเพลิง”
“นั่นคือปู้ไห่!”
เว่ยโฉวประสานหมัดแน่น
เขายิ้มและกล่าวกับฉินอิน “ขอแสดงความยินดีกับฝ่าบาท ท่านแม่ทัพสร้างคุณงามความดีทันทีที่กลับมายังเมืองหลันเยี่ยน ปู้ไห่เป็นศิษย์ที่ภาคภูมิใจของลั่วหลานซึ่งอาศัยอยู่บนภูเขาหลงยานมานาน ในเมื่อถูกท่านแม่ทัพสังหารเรียบร้อย เท่านี้ก็เพียงพอที่กวาดล้างสำนักอัศวินทั้งหมดในจักรวรรดิได้พ่ะย่ะค่ะ!”
“อื้ม” ฉินอินมองหลินมู่อวี่อย่างสุขใจ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความกังวล “ปู้ไห่เป็นถึงจอมยุทธ์ขอบเขตปราชญ์ พี่อาอวี่ได้รับบาดเจ็บหรือไม่?”
“ไม่” หลินมู่อวี่ส่ายหัว “ข้าใช้วิทยายุทธ์ปกปิดปราณตนเอง เขาคิดว่าข้าเป็นเพียงจอมยุทธ์ขอบเขตมนุษย์และไม่ระวังตัว ดังนั้นข้าจึงเอาชนะได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว”
“เจ้าใช้วิทยายุทธ์ใดจึงเอาชนะขอบเขตปราชญ์อย่างปู้ไห่ได้…” เฟิงจี้สิงเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ
หลินมู่อวี่ยิ้ม “ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ข้าได้เรี