ยนรู้วิทยายุทธ์ชื่อว่ากลยุทธ์ดวงดารา ซึ่งทรงพลังมาก”
“เช่นนั้นพี่เฟิงคงต้องเรียนรู้จากเจ้าในอนาคต!” เฟิงจี้สิงเป็นผู้คลั่งไคล้ในวิทยายุทธ์ เขามองหลินมู่อวี่ด้วยรอยยิ้ม “ในเมื่ออาอวี่สามารถรอดชีวิตมาได้…เมืองหลันเยี่ยนคงเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่มากก็น้อย ฝ่าบาททรงวางแผนประทานยศและตำแหน่งทางทหารให้อาอวี่ไว้อย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ฉินอินกล่าว “ในการหารือวันพรุ่งนี้ ข้าจะประกาศว่าพี่อาอวี่ยังมีชีวิตและจะยอมรับเขาในฐานะแม่ทัพและผู้บัญชาการกองทหารมังกรผงาด เพื่อรับผิดชอบการขยายกองกำลังและทำให้กลุ่มมังกรผงาดกลายเป็นกองทหารประจำจักรวรรดิ! ในเวลานั้นท่านตาและท่านหลานกงคงไม่อยู่ฝั่งเดียวกับข้า ดังนั้น…ผู้บัญชาการเฟิงและเสี่ยวซีจำเป็นต้องช่วยเหลือ”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!”
ไม่นานไวน์และอาหารเลิศรสก็ถูกยกมายังโต๊ะด้านหน้าตำหนักเจ๋อเทียน ขณะที่ฉู่เหยา ฉินเหยียน และคนอื่นๆ ได้รับเชิญให้มาร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นงานเลี้ยงคืนสู่เหย้าที่ได้ห่างหายกันไปนาน
หลังจากดื่มกินจนดึก เฟิงจี้สิง จางเหว่ย เว่ยโฉว และคนอื่นๆ กล่าวอำลากลับทีละคน ขณะที่หลินมู่อวี่พักผ่อนอยู่ด้านในโถง เนื่องจากวันพรุ่งนี้มีเรื่องที่ต้องหารือกันมากมาย
…
วันรุ่งขึ้นเมื่อพระอาทิตย์ลอยสูงเหนือเมฆาและระฆังด้านนอกตำหนักเจ๋อเทียนส่งเสียงดัง เหล่าข้าราชบริพารก้าวขึ้นบันไดทองหนึ่งร้อยยี่สิบขั้นมายังโถงตำหนัก ซูมู่หยุนและถังหลานอยู่ท่