ฉินอินยืนตกตะลึงพลางส่ายศีรษะขณะที่ดวงตาคู่งามปริ่มไปด้วยน้ำตา “ไม่จริง…ท่านไม่ใช่หลินมู่อวี่…”
ฉินอินไม่เชื่อสายตาเมื่อเห็นหลินมู่อวี่ปรากฏตัว หลินมู่อวี่รับรู้ความเจ็บปวดและโหยหาตลอดสามปีที่ผ่านมาของฉินอิน ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยนและกล่าว “ข้าเอง…เสี่ยวอิน ข้ายังไม่ตาย หากเจ้าไม่เชื่อก็จงดู…”
หลินมู่อวี่ใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งเรียกวิญญาณยุทธ์ก่อนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เชื่อในสิ่งที่เจ้าเห็นเถิด…ตลอดสามปีที่หลับใหล ข้าฟื้นฟูร่างกายด้วยความสามารถของแท่งโลหะกระทั่งบาดแผลที่ได้จากลั่วหลานหายดี”
“อาอวี่…อาอวี่…”
ฉินอินมองอีกฝ่ายด้วยน้ำตานองหน้าพลางอ้าแขนโผเข้าสู่อ้อมกอดของกันและกัน “ข้าคิดว่าชาตินี้คงไม่ได้พบท่านอีก…ไม่เชื่อด้วยซ้ำว่าเป็นท่านพี่จริงๆ”
หลินมู่อวี่ลูบหลังฉินอินเพื่อปลอบประโลม “ข้าเคยบอกแล้วว่าจะกลับมาหา”
“อืม…”
“หยุดร้องเถิด…ข้าไม่อยากเห็นเจ้าร้องไห้”
“อืม…”
ฉินอินพยักหน้าตอบทว่าน้ำตายังคงไหลอาบแก้มประหนึ่งต้องการปลดปล่อยความคิดถึงตลอดสามปีที่ผ่านมา ลำคอของหลินมู่อวี่เปียกชื้นไปด้วยหยดน้ำตา
“เกราะทหารอวี้หลินสภาพเก่านัก หากเจ้าร้องไห้นานกว่านี้เกรงว่าข้าคงไม่มีเกราะให้สวมใส่อีกแล้วล่ะ” หลินมู่อวี่กล่าวด้วยความเอ็นดู
ฉินอินซับน้ำตาก่อนช้อนดวงตาที่ปริ่มน้ำขึ้นสบตาอีกฝ่ายพลางยิ้มกว้าง “กระทรวงอุตสาหกรรมคงยินยอมให้เจ้าใช้ชุดเกราะของอวี้หลินต่อ”
“แต่ทหารอวี้หลินไม่มีแล้ว…” หลินมู่อวี่พ