้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองผู้บัญชาการ…”
“เยี่ยมยอด!” หลินมู่อวี่กล่าวอย่างยินดี “แล้วเสี่ยวซีสบายดีหรือไม่?”
ฉินอินเผยรอยยิ้มกว้าง “เสี่ยวซีและถังเจิ้นนำทหารของกองทัพมังกรผงาดจำนวนห้าหมื่นนายคุ้มกันเมืองหน้าด่านอสูร และน่าจะกลับเมืองหลวงภายในวันพรุ่งนี้ เจ้าคอยอยู่ที่นี่เถิด”
“อืม”
หลินมู่อวี่ขมวดคิ้วขณะกวาดสายตามองบรรดาทหารองครักษ์ ฉินอินรีบยกมือสั่ง “พวกเจ้าจงหลีกทางให้ท่านแม่ทัพจางเหว่ย! ข้ามีบางสิ่งต้องการจะประกาศ!”
หลินมู่อวี่เผยรอยยิ้มบาง “เสี่ยวอิน อย่าประกาศอันใดเกี่ยวกับข้าเลย”
“เหตุใดเล่า?” ฉินอินเผยสงสัยก่อนจะอ้าปากพูด “อาอวี่ ก่อนหน้านี้เจ้าเป็นแม่ทัพพิทักษ์เมืองคนแรกที่สร้างคุณงามความดีแก่เมืองหลวงของเรา บัดนี้ท่านฟื้นคืนชีพแล้ว จึงควรค่าแก่การประกาศให้ทั้งแผ่นดินรับรู้โดยทั่วกัน…เสี่ยวอินต้องการเจ้าจริงๆ มันไม่ถูกต้องหากให้ท่านผู้บัญชาการเฟิงคอยช่วยเหลือข้าเช่นนี้…”
จางเหว่ยกล่าวเสริม “กระหม่อมเห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ ยามนี้พระราชอำนาจของท่านใกล้หมดลงแล้ว เชื้อพระวงศ์ของท่านที่ยังเหลืออยู่ในราชวังก็มีเพียงไม่กี่พระองค์ หากท่านยังหลีกเลี่ยงการดำเนินพระราชกรณียกิจเช่นนี้ต่อไป ตำแหน่งของท่านอาจไร้ซึ่งอำนาจ และอาจออกพระราชโองการใดไม่ได้อีกต่อไป”
“ข้าเปล่าหลีกเลี่ยง!”
หลินมู่อวี่ส่ายศีรษะ “เจ้าก็รู้ว่าถังปินหลานชายของถังหลานตายด้วยเงื้อมมือของข้า คิดว่าเขาจะญาติดีกับข้าหรือ? เขามี