จะขอนอกจากเพิ่มกองกำลังกลุ่มมังกรผงาด เพราะข้าจะอาสาออกไปรบกับพวกจักรวรรดิอี้เหอเอง!”
“ทว่าเจ้าเพิ่งจะกลับมาพบข้า…” ฉินอินกล่าวพลางเบ้ริมผีปากอย่างขัดใจ
“ข้ารู้…” หลินมู่อวี่หันกลับไปสบตานางอีกครั้ง “ข้าเองก็อยากอยู่เคียงข้างเจ้าเช่นกัน บุรุษใดเล่าจะไม่อยากอยู่ท่ามกลางอาหารเลิศรส สุราชั้นดีและสตรีผู้เลอโฉม…”
จางเหว่ยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ข้าก็พึงใจเช่นนั้น!”
“เงียบไปเลย!” หลินมู่อวี่เอ็ดใส่จางเหว่ยก่อนจะหันมากล่าวกับฉินอินต่อ “การที่เจ้าเป็นจักรพรรดินีในตอนนี้ก็ได้รับความทุกข์ทรมานใจมากพอแล้ว ฉะนั้น…ต่อให้เสด็จพ่อไม่บอกข้าก็จะคอยปกป้องเจ้า สิง่ที่เจ้าสูญเสียไปข้าจะทวงคืนกลับมาให้หมด”
“อืม” ฉินอินพยักหน้า “แต่ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องชดเชยเวลากว่าสามปีให้ข้า เสี่ยวอินคิดถึงเจ้า…”
“ข้ารู้…”
จางเหว่ยถาม “ท่านหลิน จะกลับไปนอนที่ค่ายกองทัพองครักษ์กับข้าหรือ…จะอยู่ร่วมเตียงกับท่านจักรพรรดินีขอรับ?”
ฉินอินหน้าแดงเรื่อ
หลินมู่อวี่รู้สึกประหม่า จางเหว่ยเริ่มพูดจาตรงไปตรงมาขึ้นทุกวัน
“ไม่ ข้าจะกลับไปนอนที่วิหารศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้พบปู่เกอยางมานานแล้ว…”
“เช่นนั้น…”
ฉินอินกะพริบตากล่าว “คืนนี้เสี่ยวอินขอไปวิหารศักดิ์สิทธิ์ด้วยได้หรือไม่…ข้าไม่อยากอยู่ห่างจากพี่อาอวี่…”
หลินมู่อวี่มิอาจกล่าวคำใด “ตาเฒ่าจาง เจ้าพอจะหาทางได้หรือไม่?”
จางเหว่ยยิ้มกริ่ม “วางใจจางเหว่ยผู้นี้เถิดขอรับ…ให้แจ้งไปว่าองค์จักร