ดขวางจากถังหลานและซูมู่หยุนทำให้กลุ่มมังกรผงาดไม่สามารถขยายอำนาจต่อได้ ถึงกระนั้นก็โชคดีที่ทั้งหนึ่งพันนายนั้นมีอาวุธชั้นยอดช่วยให้ปะทะกับศัตรูได้ดี อีกทั้งทักษะธนูและม้าที่เก่งกาจ ทำให้กำลังทหารของพวกเขาแข็งแกร่งกว่ากองทัพอื่นที่มีจำนวนเท่ากันนัก
“ผู้บัญชาการเว่ยโฉว”
เฟิงจี้สิงดึงบังเหียนม้ากล่าว “เราจะตีเขาลูกไหนกันก่อนดี?”
“ภูเขาหลงหยานขอรับ”
เว่ยโฉวกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ไอ้พวกชั่วสำนักอัศวินยึดครองภูเขาหลงหยานมาเป็นปี! ความอับอายของกลุ่มมังกรผงาดต้องได้รับการชดใช้”
“ถ้าเช่นนั้น…”
เฟิงจี้สิงกล่าว “แสดงว่าศูนย์หลักของสำนักอัศวินเมืองหลันเยี่ยนตอนนี้ตั้งอยู่บนภูเขาหลงหยาน และมีขอบเขตปราชญ์ที่แข็งแกร่งนามปู้ไห่อยู่ด้วย เพราะเหตุนี้เองการกวาดล้างภูเขาหลงหยานเมื่อครึ่งปีก่อนของเซี่ยงอวี้จึงถูกขัดขวางจนแทบเอาชีวิตไม่รอด”
“เซี่ยงอวี้สู้ปู้ไห่ไม่ได้หรือ?” เว่ยโฉวสงสัย
“อันที่จริง…” เฟิงจี้สิงตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เซี่ยงอวี้บรรลุสู่ขอบเขตปราชญ์ได้หนึ่งปีแล้ว ด้านพลังเขาสูสีกับปู้ไห่ ทว่าได้รับคำสั่งจากหลานกงให้ถอยทัพกลับเมืองเสียก่อน”
“หึ!”
เว่ยโฉวกล่าว “หมายความว่าถังหลานเองก็คงไม่ให้อยากสังหารปู้ไห่ใช่หรือไม่?”
“อาจใช่”
เฟิงจี้สิงจับด้ามดาบ ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านเขาเอ่ยขึ้น “ข้าคิดว่าถังหลานรู้ดีถึงพลังของเซี่ยงอวี้ แม่ทัพผู้เก่งกาจ จึงรอกองทัพอื่นๆ จากจักรวรรดิบุกโจมตีภูเขาหลงหยา