นแทน ซึ่งก็คือกองทัพองครักษ์ที่เป็นกองกำลังเดียวที่มี เพราะกลุ่มมังกรผงาดขึ้นตรงกับจักรพรรดินี”
“ขอรับ”
เว่ยโฉวยิ้ม “น่าเสียดาย ขณะที่กองทัพองครักษ์มีทหารกว่าสองหมื่นนาย ทว่ากลุ่มมังกรผงาดกลับมีเพียงหนึ่งพันคน มิเช่นนั้นคง…”
“อย่าคิดมาก” เฟิงจี้สิงกระชับผ้าคลุม “ค่อยๆ ก้าวไปทีละขั้น ตราบใดที่เรายังอยู่จะไม่มีใครกล้าต่อต้านจักรพรรดินีแน่ เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว”
“ขอรับ”
ดวงตาเว่ยโฉวเริ่มปริ่มน้ำ “น่าเสียดาย…ไม่มีท่านผู้บัญชาการหลินอยู่แล้ว มิเช่นนั้นเขาคงวางแผนทุกเรื่องได้อย่างดีเยี่ยม และอย่างน้อยจักรพรรดินีคงไม่ต้องมาทนทุกข์อย่างน่าอัปยศเช่นนี้”
เฟิงจี้สิงเงยหน้ามองท้องฟ้า “ไอ้หนูอาอวี่…เขาเป็นผู้นำที่หาได้อย่างยิ่ง ช่างน่าเสียดายอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ”
“เอาเถิด…คืนนี้ข้าจะตั้งค่ายอยู่ตีนเขาหลงหยาน และบุกโจมตีเช้าวันพรุ่งนี้”
“ขอรับ”
…
ณ สมาพันธ์โอสถแห่งเมืองหลันเยี่ยน กลิ่นหอมของดอกไม้กระจายไปทั่วบริเวณ เหล่านกกระจอก นกนางแอ่นและผีเสื้อต่างเริงระบำ
ตาคู่สวยสงบนิ่งของฉู่เหยาจ้องมองสมุนไพรขณะใช้ฝ่ามือพิศุทธิ์ค่อยๆ กะเทาะแก่นโอสถออกมา กระบี่ดอกหลีฮวาที่อยู่ด้านข้างกวัดแกว่งขึ้นกลางอากาศราวกับเป็นเรื่องปกติ
“ท่านผู้นำ ปรุงโอสถอยู่หรือขอรับ?” ชายแก่สวมชุดผุ้ดูแลยิ้มถาม
“อืม” ฉู่เหยาพยักหน้า “ช่วงนี้เหตุการณ์สงบเงียบ ข้าไม่มีสิ่งใดทำจึงปรุงโอสถเก็บไว้ ผู้ดูแลหลีมีอันใดหรือไม่?”
“ขอรับ”
ผู้