ุ่งเรืองมั่งคั่งอยู่เป็นแน่…ท่านผู้นำอย่าได้โศกเศร้าไปเลยขอรับ จริงสิ…ไม่กี่วันก่อนมีคนจากหลิงเป่ยมาขอมั่นหมายอีกแล้วขอรับ…”
ฉู่เหยาตอบ “อย่าได้กวนข้าด้วยเรื่องเช่นนี้อีก ข้าจะไม่แต่งงานกับผู้ใดทั้งนั้น”
“ขอรับ”
…
ณ วิหารศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์รวมจิตใจของนักรบได้รับการก่อสร้างขึ้นใหม่ ทว่าเถ้าเขม่าที่เปรอะเปื้อนบนกำแพงนั้นยังอยู่ ชวนให้หวนระลึกถึงความอัปยศและเกลียดชังที่ครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้น
ในห้องทำงานของผู้นำ ชายผมหงอกจับปากกาเหล็กมือสั่น คอยตอบกลับเอกสารรายงานต่างๆ ครูฝึกดาวเงินคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ยิ้มเอ่ยขึ้น “ใต้เท้า มือสั่นหมดแล้วครับ”
เกอหยางมองหน้าครูฝึก “อย่ามากวนข้า ข้ารู้ตัวดี…”
เกอหยางวางปากกาและเอนหลังพิงเก้าอี้ “ตอนนี้ข้าแก่มากแล้ว งานพวกนี้ควรเป็นงานของคนหนุ่มสาวมากกว่า น่าเสียดาย…เราได้สูญเสียคนมีพรสวรรค์ที่มีค่าไปอย่างมากตั้งแต่เหตุการณ์โกลาหลเมื่อสามปีที่แล้ว”
ครูฝึกหนุ่มยิ้ม “ท่านผู้นำกำลังพูดถึงใต้เท้าหลินมู่อวี่ใช่หรือไม่? แม้ข้าจะไม่เคยพบเขา ทว่าทุกคนในวิหารนี้ล้วนรู้จักเขาทั้งสิ้น เป็นผู้มีพลังแห่งราชาที่เด็กที่สุดในจักรวรรดิ”
“ไม่ใช่เพียงพลังแห่งราชา…” เกอหยางน้ำตาปริ่ม “หากอาอวี่ยังไม่ตาย ด้วยไหวพริบอันชาญฉลาด เขาคงก้าวสู่ขอบเขตปราชญ์แล้วตอนนี้”
“คำขอลาออกจากตำแหน่งของใต้เท้าถูกจักรพรรดินีปฏิเสธอีกแล้วขอรับ พระองค์ทรงตรัสว่ากลุ่มมังกรผงาดกำลังต้องการคนเช่นกัน ทำ