ึงไม่พูดสิ่งใดมาก
ฉินอินรับถ้วยน้ำชาจากสาวใช้มาจิบ และนั่งบนบัลลังก์รอทุกคนรายงาน
ซูอวี่กระซิบกับซูมู่หยุน “ท่านพ่อ…เหตุใดเราจึงไม่โจมตีส่วนใหญ่ของเมืองห้าหุบเขาด้วยตนเอง ทว่ากลับต้องส่งกองกำลังทหารให้หลิงหนานเทียนนั้น…เขาเป็นทหารผ่านศึกที่มิได้รบมานาน เช่นนั้นอาจเป็นการสูญเสียทหารม้าทั้งหมด? พวกเขาต่างก็เป็นทหารฝีมือดีของเรา…”
ซูมู่หยุนส่ายหัวกระซิบกลับ “เจ้าคิดว่าพ่อไม่ต้องการเช่นนั้นหรือ? ทว่าเหล่านายพลผู้มีชื่อเสียงของฉินอี้เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ็ดแม่ทัพเทพและประจำการอยู่ที่นั่น จื่อเย่า ลู่จ่าว ติงซี่ หลงเซียนหลิน คนพวกนี้ต่างก็เป็นยอดฝีมือ แต่พวกเรา…หลังจากที่พี่ชายเจ้าตาย เมืองหยาดสายัณห์ก็ไม่มีแม่ทัพที่โดดเด่นอีก อาอวี่…หากพ่อขอให้เจ้าเป็นผู้นำทัพไปโจมตีเมืองห้าหุบเขา จะมีโอกาสได้รับชัยชนะหรือไม่?”
“ขะ…ข้า…” ซูมู่หยุนผงะและพูดไม่ออก “ข้าไม่มีความกล้าหาญเฉกเช่นพี่ชาย ข้าเกรงว่าจะไม่มีความมั่นใจเพียงพอ…”
“อืม…”
ซูมู่หยุนเอ่ยเสียงแผ่วเบา “วันรุ่งขึ้นไปหมู่บ้านแบดเจอร์ไฟกับพ่อเถิด…”
“ท่านพ่อจะไปหมู่บ้านแบดเจอร์ไฟด้วยเหตุอันใดหรือ?”
“ตามหาเฟิงจี้สิง…หากได้เขามาช่วย กองทัพเมืองหยาดสายัณห์คงแข็งแกร่งขึ้นมาก”
“เจ้าค่ะ…”
…
หลังจากนั้นไม่นานเว่ยโฉวที่อยู่ในฝูงชนประสานหมัด “องค์หญิง กระหม่อมมีบางสิ่งอยากจะทูล”
ฉินอินมองไปยังเว่ยโฉวพร้อมรอยยิ้ม “ท่านเว่ยโฉว โปรดกล่าวมา…”
“พ่ะย