วัชพืชเติบโตอยู่ในช่องว่างระหว่างกำแพง มันลู่ไปตามสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่าน ถังเจิ้นยืนนิ่งบนกำแพง กำด้ามดาบที่แขวนอยู่ตรงเอวไว้ราวกับรูปปั้นหิน เฝ้ามองดูผู้คนช่วยกันซ่อมแซมกำแพงเมือง ท่ามกลางฝุ่นควันโขมง ซากอิฐที่พังทลายได้รับการต่อเติมใหม่จนแล้วเสร็จไปกว่าครึ่ง ใกล้กันมีทหารจากสมาพันธ์โอสถกำลังเตรียมอาหารกลางวันให้ประชาชนอยู่
ทันใดนั้นทหารนายหนึ่งก็ชี้นิ้ว “ท่านผู้บัญชาการดูนั่น มีคนกำลังมาจากเมืองชีไห่!”
ถังเจิ้นชะงักเล็กน้อย เมื่อเพ่งมองท่ามกลางกลุ่มควันก็พบว่าไม่ใช่เพียงคนเดียว ทว่าเป็นกองทัพชีไห่กว่าแสนคนกำลังยกทัพมาเมืองหลันเยี่ยน ในที่สุดหลังจากยี่สิบวันแห่งการล่มสลายก็มาเสียที
“ไปตามองค์หญิงซีมา!”
“ขอรับ!”
ไม่นาน ถังเสี่ยวซีก็เดินขึ้นมาบนกำแพงในชุดคลุมสีขาวสง่างาม ตามมาด้วยเหล่าผู้บัญชาการทหารแห่งชีไห่ ตรงไปหาถังเจิ้น “ปิดประตูเมืองและส่งทหารม้าออกไปถามว่าพวกเขามาจากที่ใด เราจะเชื่อใจใครไม่ได้”
“พ่ะย่ะค่ะองค์หญิง”
ถังเจิ้นส่งทหารออกจากเมืองไปตามคำสั่ง ใช้เวลาไม่นานก่อนจะกลับมารายงาน นายทหารประสานกำปั้นคำนับต่อถังเสี่ยวซี “องค์หญิงซี ท่านแม่ทัพถัง กองทัพจากเมืองชีไห่ที่มาเป็นของท่านถังลู่กับท่านถังเว่ย ตามมาด้วยท่านถังเทียนและท่านถังหลานขอรับ กองทัพหนึ่งแสนนายใกล้เข้ามาแล้ว ท่านถังลู่สั่งให้ข้ามารายงานแก่ท่านถังเสี่ยวซี ให้ท่านเปิดประตูเมืองและออกไปพบท่านถังหลานขอรับ”
“ถัง