วตาย!”
“บัดซบ!”
ถังลู่ชูหอกขึ้น “เตรียมชักรอก! ข้าจะบุกโจมตีเมืองนี้!” ถังเว่ยมองอยู่ด้านข้างก่อนจะรีบรั้งแขนของถังลู่ไว้ “ท่านพี่หยุดเพียงเท่านี้เถิด รีบกลับไปแจ้งแก่ท่านปู่จะดีกว่า หากเรายืนกรานจะทำศึกกับเสี่ยวซี ข้าเกรงว่า…เรื่องคงไม่จบแค่นั้นแน่”
“หึ!”
ถังลู่กัดฟันกรอดก่อนจะขึ้นควบม้าแล้วจากไป
…
ถังลู่และถังเว่ยกลับไปยังค่ายกองทัพชีไห่ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีก่อนเข้าพบถังหลาน “ท่านปู่ เมืองหลันเยี่ยนปฏิเสธที่จะเปิดประตูเมืองให้กองทัพชีไห่ของเราขอรับ”
“เกิดอันใดขึ้น?” ถังหลานกระชับผ้าคลุม หน้าซีดตัวสั่นด้วยความหนาวเย็นของสายลมที่พัดผ่านยามค่ำ “ไม่ใช่ว่าเสี่ยวซีและถังเจิ้นยึดเมืองหลันเยี่ยนได้แล้วหรือ?”
“ยายเด็กนั่นกับถังเจิ้นหักหลังเรา!” ถังลู่ตอบเสียงแข็ง “ถังเสี่ยวซีสั่งให้คนหันคมธนูใส่และขับไล่เราของจากเมือง! มันยั่วโมโหข้า”
“หักหลังหรือ?” ถังหลานยิ้ม “เสี่ยวซีแอบติดต่อกับกองทัพของถังเจิ้นและเรียกกองทัพเผ่าอสูรมาเพื่อทวงคืนเมืองหลันเยี่ยนจากจักรวรรดิอี้เหอ หากนั่นคือสิ่งที่เรียกว่าการหักหลัง เช่นนั้นเราทั้งหมดก็คงไม่ต่างจากพวกปล้นชาติ”
“ท่านปู่…” ถังลู่สับสนกับความคิดของถังหลาน “ตอนนี้เสี่ยวซีผู้ทรยศวงศ์ตระกูลกำลังกีดกันเราจากเมืองหลันเยี่ยนนะขอรับ!”
ถังหลานถอนหายใจกล่าว “แล้วเสี่ยวซีพูดว่าอย่างไร?”
ถังเว่ยตอบ “ท่านพี่เสี่ยวซีกล่าวว่าหากองค์หญิงฉินอินไม่กลับเมือง นางจะไม่เปิดประตูเ