อะไรหรือเจ้าคะ?” ถังเสี่ยวซีหาได้เกรงกลัวไม่
“มิเช่นนั้นข้าจะทำลายซากเมืองนี้เสีย!”
ถังลู่ชูหอกในมือก่อนจะตะโกนลั่น “เหล่าทหารในเมืองจงฟัง พวกเจ้าเป็นคนของตระกูลถัง ลืมกฎเหล็กของตระกูลไปแล้วรึ? จงเปิดประตูเมืองให้ท่านหลานกงเข้าไปบัดเดี๋ยวนี้!”
ทว่าทหารในเมืองหาได้มีปฏิกิริยาใดไม่ ทุกคนต่างหลบตาถังลู่
ถังเสี่ยวซีอดหัวเราะไม่ได้ “ท่านพี่รองอย่าได้ตกใจไปเจ้าค่ะ แม้พวกเขาจะเป็นทหารของตระกูลถัง ทว่าพวกเขาก็เป็นทหารของจักรวรรดิเช่นเดียวกัน ไม่ใช้ทุกคนจะคิดกบฏและโหยหาอำนาจ ท่านจงกลับไปบอกท่านปู่เสีย ต่อให้เสี่ยวอินจะไม่กลับมาเมืองหลันเยี่ยนอีก ข้าก็จะไม่มีวันเปิดประตูเมืองให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น หากพวกท่านอยากจะเข้าเมืองนัก ก็จงทำสงครามกับข้าเสีย! พลธนูเตรียมยิง!”
“ฟึบ!”
พลธนูตั้งแถวเตรียมยิงเล็งไปยังถังลู่กับถังเว่ยและทหารที่อยู่ด้านล่าง
ถังลู่นั้นถูกเลี้ยงดูอย่างตามใจมาตั้งแต่เด็ก เขาไม่เคยถูกปฏิบัติเช่นนี้มาก่อน เขากล่าวด้วยสีหน้าซีดเซียว “หากเจ้าต้องการเช่นนี้ก็ย่อมได้! ในฐานะสมาชิกตระกูลถัง เจ้ากล้าเล็งปลายศรใส่ข้ารึ…แม่ทัพถัง? อย่าคิดว่าข้าจะจำเจ้าไม่ได้!”
ถังเจิ้นประสานกำปั้นคำนับจากบนกำแพง “ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องที่สอง กระหม่อมยังคงยึดถือคำสอนจากนิกายถังเสมอ ทว่าในตอนนี้…กระหม่อมรับใช้ต่อองค์หญิงซีแต่เพียงผู้เดียว และถังเจิ้นผู้นี้จะขอภักดีต่อองค์จักรพรรดิแห่งจักรวรรดินี้จนตั