ห้าวันผันผ่านไปในพริบตา สงครามในเมืองหลันเยี่ยนยังไม่จบสิ้น
พลังต่อสู้ของกองทัพอสูรครึ่งอสรพิษและอสูรครึ่งกิ้งก่ามีความได้เปรียบในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหิน ในทางตรงกันข้ามทหารม้าแห่งจักรวรรดิอี้เหอไม่สามารถแปรทัพบุกได้ เวลาล่วงเลยกว่าห้าวันก็ไม่มีวี่แววว่าจะขับไล่กองทัพเผ่าพันธุ์อสูรออกไปได้ และยังสูญเสียม้าศึกเกือบสามหมื่นตัว
…
กำแพงเมืองถูกซ่อมแซมอย่างเชื่องช้า ภายใต้ชายคา ฉินอี้ราชาผู้พิชิตมองไปยังสนามรบด้วยสีหน้าบึ้งตึง “ไอ้พวกขยะใช้เวลานานถึงเพียงนี้ก็ยังไม่สามารถขับไล่เผ่าพันธุ์อสูรไปได้ พวกมันเป็นเพียงขยะไร้ค่าอย่างแท้จริง!”
จื่อเย่ากล่าวอย่างเฉยเมย “แม่ทัพลู่จ่าวทำดีที่สุดแล้ว…”
“ทำดีที่สุดแล้ว?”
ฉินอี้ยิ้มอย่างเย็นชา “ทำดีที่สุดในการร้องเพลงสรรเสริญตัวเองอย่างนั้นเหรอ? ตัดหัวฉินเหลยและส่งไปยังหลิงหนาน สิ่งนี้คือการพิสูจน์ว่าลู่จ่าวเป็นคนของจักรวรรดิอี้เหออย่างแท้จริง?”
“ฝ่าบาททรงทราบเรื่องนี้ด้วย…”
“เหอะ! กระนั้นฉินเหลยก็เป็นหลานของข้า…เขาทะนงตัวจึงสมควรตาย ทว่าการทำกับร่างกายฉินเหลยเช่นนี้ ลู่จ่าวทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนัก”
จื่อเย่าประสานหมัด “ความจริงเนื่องจาก…ฉินเหลยเป็นหนึ่งในแม่ทัพที่ได้รับการไว้วางใจมากที่สุดจากฉินจิ้น อีกทั้งเป็นหนึ่งในสี่วีรบุรุษแห่งเมืองหลันเยี่ยน ดังนั้นแม่ทัพลู่จ่าวจึงต้องการใช้ชื่อเสียงของฉินเหลยเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจในมณฑลหลิงหนาน!”
“ไร้สาระ!”
ฉินอี้