รู้สึกรำคาญเล็กน้อยและกล่าวว่า “ไปเรียกหลงเซียนหลินกลับมานำทัพ มิเช่นนั้นคงไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะกองทัพเผ่าพันธุ์อสูรของถังเสี่ยวซีได้”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
จื่อเย่าพยักหน้าและเงยหน้ามองฉินอี้พร้อมทำท่าลังเลว่าจะกล่าวดีหรือไม่
“พูดมา”
จื่อเย่าพยักหน้า “แผ่นดินส่วนใหญ่รวมกันเป็นปึกแผ่น ในเมื่อจักรวรรดิอี้เหอมีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองไป๋หลิง ดังนั้นเมืองหลันเยี่ยนจึงมิใช่เมืองหลวงของจักรวรรดิอีกต่อไป อีกทั้ง…พวกเราเข่นฆ่าชาวบ้านในเมืองไปกว่าหนึ่งลานคน จนเกิดความเคียดแค้นมากมาย เมืองหลันเยี่ยนไร้ค่าเกินกว่าที่จะอยู่ต่อ…ข้าเกรงว่าจะเป็นการสิ้นเปลืองกองทัพและเสบียง เดิมทีพืชพันธุ์ต่างๆ ของเราถูกส่งมาจากมณฑลหลิงหนานซึ่งเดินทางไม่สะดวกนัก รวมทั้งเมืองหลันเยี่ยนอยู่ใกล้กับเมืองชีไห่และเมืองหยาดสายัณห์ กระหม่อมแนะนำให้ถอนทัพออกจากเมืองหลันเยี่ยนและตั้งฐานที่มั่นในเมืองห้าหุบเขาในมณฑลชางหนานทางใต้แทนพ่ะย่ะค่ะ”
“นั่น…”
ฉินอี้หรี่ตา “เมืองหลันเยี่ยนอยู่ในสภาพเสื่อมโทรมอยู่แล้ว เช่นนั้นปล่อยถังเสี่ยวซีไป…รอจนกว่าจะรวบรวมกองทัพแล้วมาจัดการเด็กสาวผู้นี้อีกครั้ง!”
“ราชาผู้พิชิตช่างปราดเปรื่อง!” จื่อเย่าก้มลงคำนับอย่างระมัดระวัง “ท่านราชาผู้พิชิต เรื่องการจัดตั้งเจ็ดแม่ทัพเทพ…มิทราบว่าจะเริ่มเมื่อใดพ่ะย่ะค่ะ?”
“เรื่องนี้…” ฉินอี้สูดหายใจลึกและกล่าวว่า “ข้าไม่รู้ว่าแม่ทัพแห่งจักรวรรดิอี้เหอคนใดมีคุณสมบัติเพียง