ี่ และอีกมากมาย ท่ามกลางแม่ทัพผู้ชื่อดัง เขาเป็นแม่ทัพที่มีความสามารถ ทว่าคงไม่คาดคิดว่าจะได้ระดับสุดท้าย ฮ่าๆ…”
หลงเซียนหลินกดด้ามดาบด้วยสายตาสงบนิ่ง “แม่ทัพลู่จ่าวพูดถึงสิ่งใด หลงเซียนหลินมิได้เคืองขุ่น นอกจากจะเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นหนึ่งในเจ็ดคนผู้รับใช้คนทั้งแผ่นดิน และมิได้ต้องการชื่อเสียงแต่อย่างใด ข้าได้ยินมาว่าแม่ทัพลู่จ่าวมีกองทหารสองแสนนาย แต่ก็ยังไม่สามารถขับไล่กองทัพเผ่าพันธุ์อสูร เป็นเรื่องจริงหรือไม่?”
ลู่จ่าวพูดอย่างโกรธเกรี้ยว “หลงเซียนหลิน ระวังปากเจ้าด้วย!”
หลงเซียนหลินกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “ข้าจะไม่ใส่ใจเวลาพูดได้อย่างไร?”
จื่อเย่ากล่าวด้วยรอยยิ้ม “ทั้งสองต่างก็เป็นแม่ทัพผู้มีชื่อเสียงแห่งจักรวรรดิอี้เหอ จงอย่าแสดงกิริยาเช่นนั้น แม่ทัพหลง…กองทัพแห่งจักรวรรดิอี้เหอกำลังถอนทัพจากเมืองหลันเยี่ยน การป้องกันศัตรูที่นี่จึงตกเป็นความรับผิดชอบของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ฝ่าบาท…ไม่ ราชาผู้พิชิตได้มอบทหารม้าห้าหมื่นนายให้เจ้า ข้าไม่รู้ว่าจะสามารถหยุดกองกำลังกว่าหนึ่งแสนของถังเสี่ยวซีได้หรือไม่”
“เหตุใดจึงไม่ได้?”
หลงเซียนหลินกล่าวด้วยรอยยิ้ม “แม้กำลังพลห้าพันนายก็เพียงพอแล้ว”
จื่อเย่าหัวเราะและมองไปยังติงซี่และกล่าวว่า “นี่ก็เป็นวันที่หกแล้ว หากแม่ทัพติงซี่ไม่สามารถบุกภูเขาหลงหยานและจับฉินอินผู้เป็นรัชทายาทของจักรพรรดิทรราช ข้าเกรงว่าพวกเราเจ็ดแม่ทัพคงไม่สามารถเผชิญหน้าก