อยู่แล้ว ด้วยการทำสงครามครั้งนี้จึงเป็นโอกาสดีที่พวกมันจะได้แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา
…
กองทัพนับพันเผชิญหน้ากันบริเวณทางใต้ของเมือง กองทัพอี้เหอซึ่งครอบครองเมืองหลันเยี่ยนอยู่ตอนนี้เริ่มเคลื่อนไหว พวกเขาไม่เคยเห็นกองทัพอสูรเช่นนี้มาก่อน มีทั้งงูและกิ้งก่าแกว่งดาบไปมาอย่างน่าขนลุก
ฉินอี้สวมเสื้อสีทองยืนตระหง่านอยู่บนกำแพงเมือง ล้อมรอบด้วยกลุ่มข้าราชบริพารและแม่ทัพของจักรวรรดิอี้เหอ เขาหรี่ตามองก่อนจะเอ่ยขึ้น “มิใช่ว่าเมืองชีไห่ยอมสยบต่อจักรวรรดิอี้เหอแล้วรึ? แล้วเหตุใดถังเจิ้นจึงนำทัพชีไห่มาที่นี่?”
จื่อเย่าคำนับกล่าว “ถังเสี่ยวซีเป็นคนดำเนินการทุกอย่างขอรับ นางใช้ตราประจำตระกูลถังสั่งรวมกองทัพห้าหมื่นนาย ก่อนหน้านี้ที่เมืองหน้าด่านหลินมู่อวี่ได้ผูกมิตรกับเผ่าอสูรไว้ ดังนั้นถังเสี่ยวซีจึงมีอำนาจครอบคลุมไปถึงพวกอสุรกายนั่นด้วย เกินกว่าที่เราคาดไว้มาก…”
“ไอ้สารเลว!”
ฉินอี้ทุบหมัดจนฝุ่นตลบไปทั่วสนามรบก่อนจะกล่าวด้วยสายตาอันเหี้ยมโหด “ไอ้หลินมู่อวี่อีกแล้วรึ! ทุกอย่างเป็นเพราะมันคนเดียว! โชคดีที่ท่านลั่วหลานฆ่ามันเสียก่อน มิเช่นนั้นเราคงไม่ยึดเมืองหลันเยี่ยนได้ง่ายดายเช่นนี้ ท่านลั่วหลานไปหรือยัง?”
“ไปแล้วขอรับ”
จื่อเย่ากล่าว “เพราะความแกร่งของสี่ขอบเขตปราชญ์ทำให้ท่านลั่วหลานโมโหอย่างมาก เขาจึงออกจากมณฑลหลิงเป่ยตั้งแต่เมื่อวานเช้าแล้วขอรับ ทว่าก่อนไปเขาสั่งให้เราใช้ทอง เงิน เพชร แก้วหลา