กสีและหยกสร้างตำหนักใต้ภูเขาเฉิงเฟิงขอรับ ซึ่งทำให้เราเสียกำลังพลอย่างมาก…”
ฉินอี้คลี่ยิ้ม “ช่างปะไร ทำถามที่เขาต้องการเถิด ตราบใดที่ลั่วหลานยังอยู่ที่นี่ จักรวรรดิเราจะไม่มีวันพ่ายแพ้! ถึงกระนั้น…ขณะที่ถังเสี่ยวซีและพวกเผ่าอสูรกำลังจะโจมตีเมืองเช่นนี้ เหตุใดหลงเซียนหลินจึงยังไม่กลับมาอีก?”
จื่อเย่าตอบ “มีแม่ทัพรายงานกลับมาว่าหลงเซียนหลินบาดเจ็บจากการเผากองทัพอวี้หลินสามหมื่นนายเมื่อคืนนี้ กระทั่งรุ่งสางมีไข้ขึ้นจึงไม่สามารถมาร่วมทัพได้ขอรับ”
“ชิ…”
ฉินอี้ขมวดคิ้ว “นำทัพออกศึกได้เป็นเดือนแต่มาล้มป่วยเอาเวลานี้ ท้ายที่สุดเจ้าหลงเซียนหลินก็เทียบกับแม่ทัพจากหลิงหนานของเราไม่ได้ ในบรรดาแม่ทัพทั้งหลายที่มีอยู่ จื่อเย่า…เจ้าจงเลือกมาคนหนึ่งให้ออกจากเมืองไปจัดการกับกองทัพอสูรพวกนั้นเสีย!”
“ขอรับ”
จื่อเย่าประสานกำปั้นกล่าว “เช่นนั้นให้เป็นหน้าที่ของแม่ทัพลู่จ่าวดีหรือไม่? ลู่จ่าวเป็นคนจากหลิงหนาน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในศิลปะการทำสงครามอย่างดี อีกทั้งยังเป็นยอดแม่ทัพจากทั้งหมด สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มาก”
“อืม”
ฉินอี้พยักหน้าก่อนจะกล่าวด้วยแววตาเศร้าหมอง “น่าเสียดายที่แม่ทัพหลินอี้ถูกไอ้สวะหลินมู่อวี่ฆ่า มิเช่นนั้นด้วยความสามารถของเขาคงไม่ต้องกลัวกองทัพแสนห้าที่อยู่นอกเมืองนั้นด้วยซ้ำ! ออกคำสั่งให้ยอดแม่ทัพลู่จ่าวของเจ้า ต้องหยุดกองทัพถังเสี่ยวซีให้ได้โดยห้ามมีอะไรผิดพลาด!”
“ขอรับ!”
จื่อเย่าเง