ยหน้าขึ้นก่อนจะกล่าว “อีกเรื่องขอรับ ข้าได้รับข่าวทายาทที่เหลืออยู่ของจักรวรรดิฉิน…องค์หญิงฉินอิน นางลี้ภัยไปที่ภูเขาหลงหยานพร้อมกับกลุ่มทหารมังกรผงาด ตอนนี้ทหารเมืองสายัณห์สามพันนายกำลังล้อมพวกมันอยู่”
“ฉินอินรึ?”
ฉินอี้กัดฟันกรอด “หากไม่รีบกำจัดฉินอินเสีย นางต้องพยายามฟื้นฟูระบบกษัตริย์เป็นแน่ นี่จะเป็นหายนะอันใหญ่หลวงของแผ่นดินในภายภาคหน้า จื่อเย่า จงนำหนึ่งแสนนายบุกโจมตีภูเขาหลงหยาน!”
“หนึ่งแสนนายหรือขอรับ?”
จื่อเย่าชะงัก “เช่นนั้นมันมากเกินไปนะขอรับ หากเราแบ่งกำลังพลไปหนึ่งแสน เราจะเหลือทหารอีกเพียงสองแสนคอยคุ้มกันเมือง ข้าเกรงว่า…เราอาจจัดการกองทัพแสนห้าถังเสี่ยวซีได้ยากขึ้น!”
ฉินอี้มองด้วยสายตาแข็งกร้าว “ภูเขาหลงหยานอันเล็กจ้อย ด้วยทหารหนึ่งแสนนายจะถล่มที่นั่นได้ภายในพริบตา เมื่อสังหารฉินอินได้แล้วค่อยกลับมาสมทบกับทัพหลักโดยการอ้อมไปด้านหลังของพวกถังเสี่ยวซี เท่านี้เราก็จะได้รับชัยชนะมาอย่างรวดเร็ว เพราะตอนนี้เรายังไม่เห็นทีท่าใดของถังหลานและซูมู่หยุน โดยเฉพาะซูมู่หยุนที่มีกองทัพทหารชั้นยอดที่สุดสองแสนห้าหมื่นนายอยู่ในมณฑลอวิ้นจง…ขุนนางที่มีอำนาจทางทหารมากที่สุด จงจับตาดูมันให้ดี”
“ขอรับ!”
“อีกเรื่อง”
“มีสิ่งใดอีกหรือขอรับ?” จื่อเย่าถาม
ฉินอี้ถาม “แม่ทัพเฟิงจี้สิง…มีท่าทีจะเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับเราหรือไม่?”
“แม่ทัพเฟิงจี้สิงหรือขอรับ?” จื่อเย่ายิ้ม “แม่ทัพขี้แพ้เช่นนั้นไม่ม