ีค่าพอให้เข้าร่วมกับเราหรอกขอรับ”
“แม่ทัพขี้แพ้?”
ฉินอี้ยิ้ม “ที่ภูเขาเทียนชู่ เฟิงจี้สิงใช้ทักษะนำทัพถอยสามบุกสาม เพื่อเอาชนะกองทหารเทียนชู่จนไม่สามารถโต้กลับได้ อีกทั้งเขายังสามารถจัดการกับกองกำลังสองแสนนายของเราด้วยทหารเพียงสามหมื่นนาย เขายังเป็นแม่ทัพขี้แพ้อยู่หรือไม่? หากไม่เป็นเพราะฉินจิ้นเขาคงจะเป็นแม่ทัพอันดับหนึ่งของจักรวรรดิไปนานแล้ว”
จื่อเย่าตกตะลึง “เราได้ทำการสังหารกองทหารสามหมื่นนายของมันไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แม้แต่หลัวเลี่ยรองผู้บัญชาการคนสนิทของมันก็ถูกยิงตายไปด้วย ข้าเกรงว่า…เฟิงจี้สิงคงไม่ยอมจำนนต่อจักรวรรดิอี้เหอแน่นอน”
“เฮ้อ…” ฉินอี้ถอนหายใจ “เฟิงจี้สิงนั้นเปรียบเสมือนพยัคฆ์ มันสามารถแว้งกัดเราได้ทุกเมื่อ เช่นนั้นก็จงกำจัดมันให้เร็วที่สุด!”
“ขอรับ!”
“อีกอย่าง…ผลึกแร่ยักษ์…แตกหรือยัง?”
“ยังขอรับ มันแข็งมากจนทำลายไม่ได้เลย แม้หลินมู่อวี่จะตายไปแล้ว เราก็ยังพอมองเห็นร่างของมันที่นอนข้างในได้อยู่ แต่…”
“ไม่มีแต่” ฉินอี้กล่าว “สั่งให้หน่วยคุ้มกันเคลื่อนย้ายผลึกออกจากเมืองอย่างเงียบเชียบคืนนี้ และเอาไปฝังไว้ในที่แห้งสกปรก ข้าไม่อยากเห็นมันอีก”
“ขอรับ!”
…
กลองรบรัวสนั่น กองทัพอี้เหอจัดขบวนหน้าเมืองหลันเยี่ยนโดยที่หลายคนยังมีคราบเลือดเกาะเต็มชุดอยู่ เลือดที่มาจากการสังหารประชาชนในเมืองกว่าห้าร้อยคน ทหารอี้เหอได้ไล่ล่าสังหารไปแล้วกว่าหนึ่งในสามของเมือง ตอนนี้ยังเหลือชาวเ